WHAT'S NEW?
Loading...
Showing posts with label GeneralNews. Show all posts
Showing posts with label GeneralNews. Show all posts

เทศกาลสำคัญที่กระตุ้นความรู้สึกให้หลายคนระลึกถึงความสำคัญของผู้มีพระคุณ คงหนีไม่พ้นวันพ่อ และ วันแม่ ซึ่งความเป็นจริงแล้ว เราสามารถแสดงออกถึงความรักที่มีต่อพ่อแม่ได้ทุกวัน ไม่ว่าคุณกับพ่อแม่จะอยู่ห่างไกลกันหรือเดินสวนในบ้านเดียวกัน ก็ไม่ควรจะปล่อยละเลย




นอกจากการนำพวงมาลัยและรดน้ำขอขมาแล้ว ก็ยังมีการสวด คาถาบูชาพ่อแม่ ทุกครั้งก่อนนอนโดยอานิสงค์ที่สวดจะทำให้คุณและครอบครัวมีความสุข หรือหากว่าในวันแม่ที่จะถึงนี้ คุณจะนำพวงมาลัยพร้อมกับ คาถาบูชาพ่อแม่ ไปสวดพร้อมกันเลยก็ได้นะคะ จำไม่ได้ก็จดใส่กระดาษเล็กๆ เพียงเท่านี้ก็สามารถตอบแทนบุญคุณพ่อกับแม่ได้แล้วค่ะ ขอให้ทุกๆ วัน เป็นวันแม่นะคะ

1. อิมินาสักกาเรนะ ข้าขอกราบสักการะบูชา อันพระบิดร มารดา ตัวข้าขอน้อมระลึกคุณ ท่านมีเมตตาการุณ อุปการะคุณต่อบุตรธิดา ท่านให้กำเนิดลูกมา ทั้งการศึกษาและอบรม ถึงแม้ลำบากขื่นขม ทุกข์ระทมสักเพียงใด ท่านไม่เคยหวั่นใหว ต่อสิ่งใดที่ใด้เลี้ยงมา พระคุณท่านล้นฟ้า ยิ่งกว่าธาราและแผ่นดิน ข้าขอบูชาเป็นอาจิณ ตราบจนสิ้นดวงชีวา ขอปวงเทพไท้รักษา อันพระบิดรมารดาของข้า เทอญ..

 2. มัยหัง มาตาปิตูนังวะปาเทสุ วันทามิ สาทะรัง (กราบ 1 ครั้ง)

 3. อะนันตะคุณะ สัมปันนา ชะเนติชะนากา อุโภ มัยหัง มาตา ปิตูนังวะ ปาทา วันทามิ สาทะรัง




 หลังจากสวดบูชาแล้ว หากสะดวกก็ทำพิธีขออโหสิกรรมต่อเลยก็ได้ โดยให้เตรียมน้ำโรยดอกมะลิไปหนึ่งขัน แล้วพูดว่า “กายกัมมัง วจีกัมมัง มโนกัมมัง โย โทโส อันว่าโทษใดความผิดอันใด ที่ข้าพเจ้าพลั้งเผลอสติไป ด้วยกายก็ดี ด้วยใจก็ดี ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ขอใหคุณพ่อ คุณแม่ คุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย คุณพี่ คุณน้อง อโหสิกรรมให้ด้วย” หลังจากนั้นราดน้ำรดมือ รดเท้า

 แชร์ต่อให้คนที่คุณรักได้สวด เพื่อสิริมงคลกับชีวิตเพื่อโชคลาภ ความรุ่งเรือง ความร่ำรวย ต่อตัวคุณ

 ที่มา : KHAOBOX    

กดถูกใจ (Like) ​ติดตามข่าวสารจาก มงคล


12 สิ่งที่ควรตัดทิ้งไปซะ..แล้วชีวิตจะดีขึ้นทันตา

พ่อแม่มักจะปลูกฝังความคิดให้เราว่าไม่ควรหนีปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นไม่ว่าปัญหานั้นจะหนักหนาสาหัสสากรรจ์แค่ไหนก็ตาม เนื่องจากในชีวิตจริงเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะหนีปัญหานั้นเพียงเพราะว่าเราไม่ชอบมัน พ่อแม่พยายามสอนลูกๆของตัวเองให้มีความคิดแบบนั้นมาโดยตลอด แต่ตอนนี้เราโตพอที่จะยืนด้วยลำแข้งของตัวเองแล้ว และได้ลองพิจารณาใคร่ครวญถึงปัญหาอย่างจริงจัง บอกได้เลยว่ามีบางอย่างที่พวกพ่อแม่ของเราก็คิดผิดอยู่บ้างเหมือนกัน




บางครั้งเราต้องเลิกทำบางอย่างหรือถอยออกมา บางครั้งลองพยายามแล้วแต่มันไม่ได้ผลก็จะเสียเวลาทำไปทำไมล่ะ! มองหาหนทางใหม่ๆจะดีกว่าไหม ผู้คนอาจจะฉุดรั้งคุณ งานจะทำให้คุณเป็นบ้า และความเสียใจจะคอยทำร้ายคุณทั้งภายในและภายนอก หากมีอะไรที่อยู่ในชีวิตเราตอนนี้แล้วไม่ได้ทำให้เราดีขึ้นเลย หรือไม่ตอบสนองความต้องการของเรา แล้วเราจะเก็บมันไว้ทำไมล่ะ ทิ้งมันไปซะ!

1. ความสัมพันธ์ที่ไม่แน่นอน
ความสัมพันธ์ที่เหมือนไม่ใช่ความสัมพันธ์ มีแค่เซ็กส์ห่วยๆกับบทสนทนาขยะ เลิกๆไปซะ

2. งานที่คุณไม่ชอบ
การลาออกไม่เหมือนกับการถูกไล่ออก การลาออกไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่การไม่พยายามหางานที่เหมาะกับคุณต่างหากที่น่าอายกว่า ถ้าคุณไม่ชอบก็ลาออกเลย หากคุณขี้เกียจทำงาน งั้นก็หางานที่สร้างรายได้โดยที่คุณไม่ต้องลุกจากเตียงสิ แต่ยังไงก็ควรมีเหตุผลในการลาออกเสมอ

3. เพื่อนที่เกาะติดคุณเป็นปลิง
ไม่มีกฎข้อบังคับเรื่องมิตรภาพ การเป็นเพื่อนกันมานาน 10 ปีไม่ได้หมายความว่าคุณเป็นหนี้เพื่อน 10 ปีสักหน่อย หากทุกครั้งที่เพื่อนคนนี้ชวนคุณไปเที่ยวแต่คุณมักหาข้อแก้ตัวเสมอ ก็เลิกคบไปเถอะ การที่ต้องคอยปฏิเสธคนๆหนึ่งนั้นเจ็บปวดยิ่งกว่าการที่เราจริงใจกับเขา

4. เพื่อนที่คุณต้องคอยเอาใจ
บางครั้งคนเราก็ต้องเรียนรู้ที่จะดูแลตัวเองก่อนที่จะสร้างความสัมพันธ์อื่นๆไม่ว่าจะเป็นความรักหรืออะไรก็ตาม หากคุณรักเพื่อนมากกว่าตัวเอง ก็ได้เวลาที่จะต้องทบทวนความคิดใหม่ซะแล้ว ใช่บางครั้งเพื่อนคุณก็อาจมีปัญหาและต้องการความช่วยเหลือ อย่าทอดทิ้งเขา แต่ถ้าเพื่อนคนนี้ต้องการความช่วยเหลือทุกวัน มันก็ไม่ใช่แล้วนะ ว่ามะ?

5. เพื่อนร่วมห้องเห่ยๆ
มีความเชื่อมโยงกันระหว่าง “คุณเข้ากับเพื่อนร่วมห้องได้ดีไหม” กับ “บ่อยแค่ไหนที่คุณคิดอยากจะกระโดดหน้าผา” หากคุณไม่ชอบคนที่คุณต้องอาศัยอยู่ด้วย ชีวิตของคุณก็อาจน่าเบื่อไปเลยก็ได้ จะเสียเวลากับคนที่ไม่เคารพคุณทำไมล่ะ ไล่พวกเขาไปเลยอย่าไปแคร์

6. เมืองที่พรากความเป็นตัวตนของคุณไป
หากเมืองนี้ไม่ทำให้คุณมีความสุขหรือต้องสูญเสียความเป็นตัวตนของคุณไป ก็ยังมีอีกตั้งหลายล้านเมืองในโลกที่รอคุณไปใช้ชีวิตนะ

7. อนาคตที่คุณไม่ต้องการ
คุณมีสิทธิ์หนีจากความฝันที่ไม่ใช่ของคุณ การปฏิเสธความฝันที่คนอื่นสร้างให้คุณไม่ใช่เรื่องน่าอาย เรียกได้ว่าคุณเข้มแข็งและซื่อสัตย์ต่อตัวเองต่างหาก การใช้ชีวิตเพื่อตัวเองคือชีวิตที่มีเกียรติที่สุด อย่ากลัวที่จะวิ่งหนีหากเป้าหมายต่อไปคือสิ่งที่ดีกว่า และมันเป็นความสุขของคุณมากกว่า

8. ความคิดเห็นที่ฉุดคุณต่ำลง
จะไปสนใจความคิดของคนอื่นทำไม เนื่องจากความคิดเหล่านั้นทั้งไร้เหตุผลและไม่สำคัญต่อชีวิตของคุณเลย อย่าปล่อยให้ความคิดของคนอื่นมามีอิทธิพลต่อตัวคุณ

9. ตัวตนเก่าๆของคุณ
ใครบอกว่ามนุษย์เรามีแค่เวอร์ชั่นเดียว ใน 1 ปีเราสามารถอัพเดทตัวเองได้บ่อยพอๆกับผลิตภัณฑ์ Apple เลยล่ะ คนเรามักมีหลายเวอร์ชั่นอยู่ในตัวเอง รวมทั้งความคิดที่เติบโตขึ้นด้วย ดังนั้นอย่าอายที่จะสลัดตัวตนเก่าๆของตัวเองทิ้งไป




10. คนที่คุณไม่กล้าปฏิเสธ
คุณต้องกล้าปฏิเสธสักครั้ง หรือถ้ามีพลังมากพอก็กำจัดคนเหล่านี้ออกจากชีวิตของคุณไปเลยได้ยิ่งดี เพราะคุณกำลังทำงานให้กับคนที่ไม่มีวันจะตอบแทนอะไรดีๆคืนกลับมาให้คุณเลย

11. ความล้มเหลวทั้งปวง
คุณควรหนีให้พ้นจากความล้มเหลว หากทำไม่ได้แล้วคุณจะพบกับความสำเร็จได้อย่างไร เก็บความล้มเหลวไว้ในอดีตก็พอ คุณควรเรียนรู้จากความล้มเหลวและเติบโตจากสิ่งนั้น แล้วค่อยเขวี้ยงมันทิ้งไปให้ไกลๆ

12. การเปรียบเทียบ
ทำไมคุณต้องละทิ้งตัวเองและวิ่งเข้าหาคนอื่นล่ะ? นั่นหมายถึงคุณกำลังถอยหลังลงคลองนะ คุณควรค้นหาตัวเองให้เจอ อย่ามัวแต่ตามหาสิ่งที่คุณไม่มี นี่คือตัวคุณ ไม่มีอะไรสามารถเปลี่ยนแปลงได้หรอก ยิ่งคุณหนีจากการเปรียบเทียบเหล่านั้นได้เร็วเท่าไร ผู้คนก็จะยิ่งเริ่มหันมาเปรียบเทียบตัวเองกับคุณได้เร็วเท่านั้น

 ที่มา : KHAOBOX   

กดถูกใจ (Like) ​ติดตามข่าวสารจาก มงคล



ใครที่ยังไม่เคยทำและยังมีโอกาสอยู่ รีบทำตอนนี้ดีกว่าไป เคาะโลง อย่าอายที่จะทำดี!! 


การขอขมาพ่อแม่ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตทำได้ทุกเทศกาล ใครที่อยากขอขมาในสิ่งที่ทำไม่ดีกับพ่อ-แม่ แต่ไม่รู้วิธีขอขมาพ่อแม่ สิ่งที่ควรเตรียมก่อนขอขมาพ่อแม่ ลองมาดู วิธีขอขมาพ่อแม่กันเลย

สำหรับการขอขมาพ่อแม่ เป็นสิ่งที่ลูก ๆ ทุกคนควรทำ เพราะใน 1 ปีที่ผ่านมา เราไม่อาจรู้ได้ว่า มีสิ่งใดบ้างที่เราทำลงไป และเป็นเหตุให้พ่อแม่ไม่พอใจ ไม่สบายใจบ้าง ไม่ว่าโดยเจตนาหรือไม่เจตนาก็ตาม และการขอขมาพ่อแม่ ยังเป็นแสดงออกถึงความสำนึกในบุญคุณของพ่อแม่ที่เลี้ยงดูเรามาอีกด้วย ซึ่งการขอขมาพ่อแม่สามารถทำได้ทุกวัน และทุกเทศกาล




ดังนั้นหากใครที่อยากขอขมาในสิ่งที่ทำไม่ดีกับพ่อ-แม่ เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับตัวเองและครอบครัว ลองมาดู วิธีขอขมาพ่อแม่ และบทสวดขอขมากรรม ที่เรานำมาฝากกันค่ะ

วิธีการขอขมากรรมกับบิดามารดาอย่างถูกวิธี

สิ่งที่ควรเตรียมในการขอขมาพ่อแม่

1. พานธูปเทียนแพ และพวงมาลัย ที่มีดอกมะลิ ในพวงมาลัย 1 พวง

2. ซองใส่ปัจจัยให้พ่อแม่เ ถือเป็นการซื้อชีวิตใหม่จากบุพการี

3. ชุดใหม่ให้พ่อแม่ นิยมเป็นชุดนอน และอาหารที่ท่านโปรด

4. กะลังมังใบใหม่ใส่น้ำอุ่น น้ำลอยดอกมะลิ หรืออาจจะเป็นน้ำใส่น้ำอบให้หอม ๆ

5. ผ้าเช็ดมือ เช็ดเท้าผืนใหม่

6. ผ้าขาวดิบ

7. ถาดใส่ของ (วางทับด้วยผ้าขาวดิบ)

8. สถานที่ทำพิธีขอขมา ควรเป็นกลางแจ้ง

หมายเหตุ : หากไม่มี หรือไม่สามารถ เตรียมตามความพร้อมทั้งหลายเหล่านี้ได้ ท่านสามาถกระทำเพียงน้อมจิตตั้ง นโมฯ ทำการกล่าวคำสมาลาโทษได้เลย

วิธีขอขมาพ่อแม่

ขั้นตอนในการขอขมาพ่อแม่

1. ก่อนทำพิธีขอขมาพ่อแม่ ให้อธิษฐานจิตบอกสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ดังนี้

"องค์พระพุทธเจ้า ลูกชื่อ................................... วันนี้ลูกตั้งใจจะขอขมา ขอโอสิกรรมจากคุณพ่อคุณ แม่

ขอองค์พระพุทธจงบันดาลให้ลูกทำสิ่งนี้สำเร็จเสร็จสิ้นโดยสมบูรณ์ด้วยเทอญ

แม่ซื้อ เทพยดาทั้งหลาย เจ้าที่เจ้าทาง พระแม่ทรณี พระแม่คง พระแม่พระพาย พระแม่พระเพลิง

วันนี้ เวลานี้ ลูกชื่อ...............................ได้ตั้งใจที่จะทำพิธีขอขมา ขออโหสิกรรมจากคุณพ่อ คุณแม่ ขอจงเป็นพยานให้ลูกด้วยเทอญ"

2. ให้พ่อกับแม่นั่งบนเก้าอี้หรือโซฟา ขณะที่เรานั่งกับพื้น พร้อมกราบท่าน 3 ครั้ง

3. ให้ยกเท้าของท่านมาล้างในกะละมังน้ำอุ่นที่เตรียมไว้ โดยขณะที่ล้างเท้าให้ท่านอยู่นั้น ก็กล่าว ขอขมากรรมในสิ่งที่เคยล่วงเกินท่าน ทั้งในอดีตที่ผ่านมาและในอนาคต ทั้งกายก็ดี วาจาก็ดี ใจก็ดี หรือในสิ่งที่ทำให้พ่อแม่ไม่สบายใจ ลูกกราบขออโหสิกรรมในสิ่งเหล่านั้นด้วย

4. หลังจากที่เราล้างเท้าท่านไป พูดไป จนเสร็จ ก็ให้นำเท้าของท่านมาวางบนขาเรา ซึ่งมีผ้าเช็ดเท้ารองอยู่ หลังจากนั้น ก็ให้เช็ดเท้าท่านให้แห้ง

5. เมื่อเช็ดเท้าของท่านแห้งดีแล้ว ก็ให้นำเท้าของท่านมาวางไว้บนขาเราก่อน และอธิฐานจิตพร้อมพูดบอกสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ อีกครั้งว่า

"พระแม่ธรณีเจ้าขา พระแม่คงคาเจ้าขา พระแม่พระพายเจ้าขา พระแม่พระเพลิงเจ้าขา

ลูกมาขอกราบขมาลาโทษ ขอเป็นทิพยญาณ นำความดีและกุศลผลบุญที่ลูกทำในครั้งนี้

ไปบอกปู่ยมราช และนายนิติยบาลให้ด้วย ให้ช่วยจดบันทึกคุณงามความดีครั้งนี้ ที่ผ่านมา

ลูกจะเป็นยังไงก็แล้วแต่ ลูกขอรับใช้กรรม แต่หลังจากนี้ไป ลูกกราบขอชีวิตใหม่จากบุพการี"

6. จากนั้นให้เราก้มหมอบลง และนำเท้าท่านมาวางบนหัวเรา

7. หลังจากนั้น ก็นำพานธูปเทียนแพมามอบให้กับกับท่าน พร้อมพูดว่า

"พ่อคะ/แม่คะ ลูกขอขมา ขออโหสิกรรม ขอชีวิตใหม่ที่ดีให้ลูกด้วยนะคะ (ท่านก็จะพูดให้ศีลให้พร ให้ชีวิตใหม่กับเรา)"

8. สุดท้าย ให้อธิษฐานจิตอีกครั้งถึงพระพุทธเจ้า พร้อมกล่าวว่า

"ลูกชื่อ.............................ขออนุโมทนาบุญ จากพระพุทธเจ้า ให้สำเร็จบุญนี้ให้ลูกด้วย

ลูกขอนำกุศลบุญส่วนหนึ่ง อุทิศให้กับเจ้ากรรมนายเวร ที่ติดตามลูกมาแต่อดีตชาติจนปัจจุบัน ให้รับกุศลของลูก ณ บัดนี้ เดี๋ยวนี้........

(เราพูดเองต่อ ขานเอง เออเอง) รับเลยจ๊ะ รับแล้วใช่ไหมจ๊ะ สาธุ สาธุ สาธุ"




คำกล่าว ขอขมาพ่อแม่

นอกจากคำกล่าวขอขมาข้างต้น ยังมีอีกหนึ่งคำกล่าวที่สามารถใช้ในพิธีขอขมาได้เช่นกัน คือ

"กายกัมมัง วจีกัมมัง มโนกัมมัง โยโทโส ที่ข้าพเจ้า (ชื่อ-นามสกุล) ประมาทพลาดพลั้งทำผิดมาในชาตินี้ ตั้งแต่เกิด จนถึงปัจจุบัน (หากนึกเรื่องได้ เช่น เคยด่าว่าพ่อแม่ เคยขัดใจท่าน เคยเถียงท่าน ควรบอกให้หมด) หนูสำนึกแล้ว ในกรรมนั้น ขอให้พ่อและแม่ อโหสิกรรมให้กับลูกในทุก ๆ เรื่อง"

หมายเหตุ :

กรณีที่คุณพ่อ เสียชีวิตไปแล้ว หรือมีเหตุที่ทำให้ไม่ได้อยู่ด้วยกัน

- หลังจากที่ล้างเท้าคุณแม่เสร็จแล้วบอก ขอให้คุณแม่เป็นตัวแทนคุณพ่อ พร้อมขอให้ช่วยยกโทษ และอโหสิกรรมให้แทนคุณพ่อด้วย หลังจากนั้น ให้นำพวกมาลัยกับซองเงิน มาให้คุณแม่แล้ว จึงกราบเท้าคุณแม่แทนคุณพ่อ เพิ่มอีก 3 ครั้ง

กรณีที่คุณแม่ เสียชีวิตไปแล้ว หรือมีเหตุที่ทำให้ไม่ได้อยู่ด้วยกัน

- หลังจากที่ล้างเท้าคุณพ่อเสร็จแล้วบอก ขอให้คุณพ่อเป็นตัวแทนคุณแม่ พร้อมขอให้ช่วยยกโทษ และอโหสิกรรมให้แทนคุณแม่ด้วย หลังจากนั้น ให้นำพวกมาลัยกับซองเงิน มาให้คุณพ่อแล้ว จึงกราบเท้าคุณพ่อแทนคุณแม่ เพิ่มอีก 3 ครั้ง

กรณีที่คุณพ่อ คุณแม่ เสียชีวิตไปแล้ว หรือมีเหตุที่ทำให้ไม่ได้อยู่ด้วยกัน

- สำหรับกรณีนี้ ขอให้คุณพ่อหรือคุณแม่ของแฟนเป็นตัวแทนในการขอขมา แต่ถ้าไม่มีแฟน ก็เปลี่ยนเป็นคุณปู่ย่า ตายาย แทน แต่ถ้าไม่อีก ก็ให้ใช้พ่อแม่บุญธรรมแทน จะใช้พ่อบุญธรรมหรือแม่บุญธรรมเพียงคนเดียวแทนทั้งสองฝ่ายก็ได้ ถ้าไม่มีพ่อแม่บุญธรรม ให้หาครูบาอาจารย์ที่เราเคารพรักจริง ๆ แทนก็ได้ พร้อมทำตามขั้นตอนเหมือนที่ขอขมากับคุณพ่อคุณแม่ทุกอย่าง

อย่างไรก็ดี ขอให้เราพึงระลึกไว้เสมอว่า พิธีขอขมากรรมต่อพ่อแม่ เป็นเพียงการขอขมาให้ความผิดที่เราได้เคยกระทำต่อท่านเท่านั้น ดังนั้น หากต้องการตอบแทนท่านจริง ๆ ขอเพียงเราปฏิบัติตนเป็นลูกที่ดี กตัญญูต่อท่าน ย่อมเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในความรู้สึกของพ่อแม่แล้ว




บทความจาก...... facebook พระอธิการ นพดล กันตสีโล วัดหนองรั้ว

กดถูกใจ (Like) ​ติดตามข่าวสารจาก มงคล

 ภาษี รถยนต์ใหม่ ที่จะเริ่มบังคับใช้ในปี 2559 ทำให้คนที่กำลังคิดจะ ซื้อรถ ต้องนั่งคำนวณตัวเลขกันวุ่นกับภาษีที่ต้องเสียเพิ่มขึ้น แต่งานนี้ Eco Car ได้รับอานิสงส์ไปเต็ม ๆ เพราะได้ลดภาษี !

        ใครที่กำลังวางแผนซื้อรถใหม่ในช่วงปี 2559 เตรียมเก็บเงินเพิ่มได้เลย เพราะตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2559 เป็นต้นไป รัฐบาลจะทำการปรับอัตราการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ทั้งระบบ เนื่องจากเห็นว่า การจัดเก็บภาษีในอัตราเดิมนั้นมีการบิดเบือนโครงสร้างทางภาษีสรรพสามิต และก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการจัดเก็บภาษีรถยนต์ จึงได้มีการคลอดเกณฑ์การจัดเก็บภาษีรถยนต์แบบใหม่ โดยพิจารณาจากปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ด้วยหวังจะลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศนั่นเอง

        งานนี้เหล่าผู้ที่กำลังจะควักกระเป๋าซื้อรถประเภทอีโคคาร์ ดูเหมือนจะได้รับอานิสงส์จากภาษีใหม่ไปเต็ม ๆ เพราะเป็นรถประเภทที่ปล่อยไอเสียในอัตราที่ไม่สูงมาก ทำให้อัตราการเก็บภาษีลดลงไปโดยปริยาย ขณะที่รถยนต์ประเภทอื่น ๆ ที่ปล่อยไอเสียในอัตราที่สูง ก็เตรียมก้มหน้ารับรายจ่ายที่เพิ่มมากขึ้นตามปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยออกมาได้เลย ซึ่งแบ่งเป็นการคิดภาษีตามประเภทรถยนต์และอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ดังนี้


จากตารางที่แสดงอยู่ด้านบนทางด้านกรมสรรพสามิตแบ่งแยกรถยนต์อย่างชัดเจน แต่ก็ยังไม่สามารถจำแยกเครื่องยนต์ออกไปอย่างละเอียดได้ อัตราภาษีจะอย่างในช่วง 10% จนไปถึง 50% เลยทีเดียว เราจะมาแบ่งแยกให้ชัดเจนเพื่อทำควมเข้าใจกับระบบการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตใหม่กัน โดยจะแบ่งออกเป็น 8 ประเภท

 1. รถยนต์นั่ง และรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ที่มีความจุกระบอกสูบไม่เกิน 3,000 ซีซี
– ปล่อยก๊าซไม่เกิน 150 กรัมต่อกิโลเมตร จัดเก็บภาษี 30% (เดิมจัดเก็บภาษี 25%)
– ปล่อยก๊าซ 150-200 กรัมต่อกิโลเมตร จัดเก็บภาษี 35% (เดิมจัดเก็บภาษี 25%)
– ปล่อยก๊าซเกิน 200 กรัมต่อกิโลเมตร จัดเก็บภาษี 40% (เดิมจัดเก็บภาษี 30%)




# เก๋ง/เอสยูวี ไม่เกิน 2,000 ซีซี ภาษีขึ้น 3-10 %
รถยนต์นั่งในพิกัดนี้ ถือเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดในตลาด มีตั้งแต่ รถยนต์ระดับซับคอมแพคท์ จนถึงรถยนต์ระดับพรีเมียมหลายรุ่น ที่หันมาใช้เครื่องยนต์ความจุน้อยลง รวมทั้งเอสยูวีบางรุ่นด้วย

ในอัตราภาษีเดิม รถยนต์ซับคอมแพคท์ ที่รองรับน้ำมัน E20 เช่น โตโยตา วีออส, เชฟโรเลต์ โซนิค, ฟอร์ด ฟิเอสตา จะเสีย 25 % แต่อัตราใหม่ รถเหล่านี้ถ้าปล่อย CO2 ไม่เกิน 150 กรัมต่อกิโลเมตร จะต้องเสียภาษีเพิ่มเป็น 30 % ส่วนรถบางรุ่นที่รองรับน้ำมัน E85 เช่น ฮอนด้า แจ๊ซ จะเสีย 25% เท่าเดิม

รถยนต์คอมแพคท์ ที่มีขนาดเครื่องยนต์ 1,780-2,000 ซีซี และรองรับน้ำมัน E85 เช่น โตโยตา อัลทิส (เฉพาะเครื่อง 1,800 ซีซี), ฮอนดา ซีวิค, เชฟโรเลต์ ครูซ (เฉพาะเครื่อง 1,800 ซีซี), มาซดา 3 อัตราเดิมเสีย 22 % ส่วนอัตราใหม่ รุ่นที่ปล่อย CO2 ไม่เกิน 150 กรัมต่อกิโลเมตร จะเสียเพิ่มเป็น 25 % ส่วนรุ่นที่ปล่อยในพิกัด 151-200 กรัมต่อกิโลเมตร เสียเพิ่มเป็น 30 % ส่วนรถที่รองรับน้ำมัน E20 จากเดิมเสีย 25 % ก็จะต้องเพิ่มเป็น 30 % หรือ 35 % ตามปริมาณการปล่อยไอเสีย

รถยนต์นั่งขนาดกลางและเอสยูวีหลายรุ่น ที่ใช้เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร เช่น โตโยตา แคมรี, ฮอนดา แอคคอร์ด, ฮอนดา ซีอาร์วี, นิสสัน เทอานา, มาซดา ซีเอกซ์-5 ฯลฯ มีทั้งรุ่นที่รองรับน้ำมัน E20 และ E85 ซึ่งถูกคิดภาษีอยู่ที่ 25 % และ 22 % ตามลำดับ รถระดับนี้ ส่วนใหญ่ยังคงปล่อยไอเสียในพิกัด 151-200 กรัมต่อกิโลเมตรอยู่ ดังนั้น จะเสียภาษี 35 % หรือ 30 % ขึ้นกับน้ำมันที่รองรับ

นอกจากนี้ รถยนต์ระดับพรีเมียม ตั้งแต่ขนาดซับคอมแพคท์ จนถึงขนาดกลางหลายรุ่น ก็จะถูกคิดภาษีเพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกัน ขึ้นอยู่กับปริมาณการปล่อยไอเสีย

# เก๋ง/เอสยูวี 2,001-2,500 ซีซี ภาษีแพงขึ้น
ในพิกัดนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นรถยนต์นั่งและเอสยูวีขนาดกลาง รวมถึงรถยนต์ระดับพรีเมียมบางรุ่น  ซึ่งเดิมเสียภาษี 30 % และ 27 % ขึ้นอยู่กับว่ารองรับน้ำมัน E20 หรือ E85 ซึ่งเท่าที่สำรวจรถในตลาด พบว่า รถที่ใช้เครื่องยนต์ระดับนี้ จะปล่อยไอเสีย 151-200 กรัมต่อกิโลเมตร ดังนั้นจะถูกเพิ่มภาษีเป็น 35 % สำหรับรถที่รองรับน้ำมัน E20 และ 30 % สำหรับบางรุ่นที่รองรับน้ำมัน E85

2. รถยนต์นั่งประเภทอี 85 และรถที่ใช้ก๊าซธรรมชาติที่มีความจุกระบอกสูบไม่เกิน 3,000 ซีซี
– ปล่อยก๊าซไม่เกิน 150 กรัมต่อกิโลเมตร จัดเก็บภาษี 25% (เดิมจัดเก็บภาษี 25%)
– ปล่อยก๊าซ 150-200 กรัมต่อกิโลเมตร จัดเก็บภาษี 30% (เดิมจัดเก็บภาษี 25%)
– ปล่อยก๊าซเกิน 200 กรัมต่อกิโลเมตร จัดเก็บภาษี 35% (เดิมจัดเก็บภาษี 30%)

3. รถยนต์แบบผสมที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิงและไฟฟ้า ที่มีความจุกระบอกสูบไม่เกิน 3,000 ซีซี (เดิมจัดเก็บภาษี 10%)
– ปล่อยก๊าซไม่เกิน 100 กรัมต่อกิโลเมตร จัดเก็บภาษี 10%
– ปล่อยก๊าซเกิน 100-150 กรัมต่อกิโลเมตร จัดเก็บภาษี 20%
– ปล่อยก๊าซเกิน 150-200 กรัมต่อกิโลเมตร จัดเก็บภาษี 25%
– ปล่อยก๊าซเกิน 200 กรัมต่อกิโลเมตร จัดเก็บภาษี 30%

4. รถยนต์ Eco Car (เดิมจัดเก็บภาษี 17%)
– ปล่อยก๊าซไม่เกิน 100 กรัมต่อกิโลเมตร และใช้น้ำมัน E85 ได้ จัดเก็บภาษี 12%
– ปล่อยก๊าซไม่เกิน 100 กรัมต่อกิโลเมตร จัดเก็บภาษี 14%
– ปล่อยก๊าซเกิน 100-120 กรัมต่อกิโลเมตร จัดเก็บภาษี 17%

5. รถยนต์กระบะที่ไม่มีพื้นใส่สัมภาระด้านหลังคนขับ มีความจุกระบอกสูบไม่เกิน 3,250 ซีซี (เดิมจัดเก็บภาษี 3%)
– ปล่อยก๊าซไม่เกิน 200 กรัมต่อกิโลเมตร จัดเก็บภาษี 3%
– ปล่อยก๊าซเกิน 200 กรัมต่อกิโลเมตร จัดเก็บภาษี 5%

6. รถยนต์กระบะที่มีพื้นใส่สัมภาระด้านหลังคนขับ มีความจุกระบอกสูบไม่เกิน 3,250 ซีซี (เดิมจัดเก็บภาษี 3%)
– ปล่อยก๊าซไม่เกิน 200 กรัมต่อกิโลเมตร จัดเก็บภาษี 5%
– ปล่อยก๊าซเกิน 200 กรัมต่อกิโลเมตร จัดเก็บภาษี 7%




7. รถยนต์นั่งที่มีกระบะ (ดับเบิ้ลแคป) มีความจุกระบอกสูบไม่เกิน 3,250 ซีซี (เดิมจัดเก็บภาษี 12%)
– ปล่อยก๊าซไม่เกิน 200 กรัมต่อกิโลเมตร จัดเก็บภาษี 12%
– ปล่อยก๊าซเกิน 200 กรัมต่อกิโลเมตร จัดเก็บภาษี 15%

8. รถยนต์นั่งกึ่งบรรทุก มีความจุกระบอกสูบไม่เกิน 3,250 ซีซี (เดิมจัดเก็บภาษี 20%)
– ปล่อยก๊าซไม่เกิน 200 กรัมต่อกิโลเมตร จัดเก็บภาษี 25%
– ปล่อยก๊าซฯเกิน 200 กรัมต่อกิโลเมตร จัดเก็บภาษี 30%

รถยนต์นั่งกึ่งบรรทุก (PPV) ที่ใช้เครื่องยนต์ขนาดไม่เกิน 3,250 ซีซี จากเดิมเสียภาษี 20 % ทุกรุ่น ในอัตราใหม่จะเพิ่มเป็น 25 % สำหรับรถที่ปล่อยไอเสีย ไม่เกิน 200 กรัมต่อกิโลเมตร และ 30 % สำหรับรถที่ปล่อยไอเสียเกิน ซึ่งจากข้อมูลพบว่า ส่วนใหญ๋นั้นยังมีค่าไอเสียเกิน 200 กรัมต่อกิโลเมตร หมายความว่า ในปี 2559 รถพีพีวี จะเสียภาษีแพงขึ้นอีก 10 % แทบทุกรุ่น


จากภาพด้านบนจะเห็นได้ว่ารถยนต์ประเภทอีโคคาร์นั้นมาราคาถูกลง ซึ่งเป็นนโยบายที่ทางกรมสรรพสามิตต้องการสนับรถยนต์ประหยัดพลังงานและรักษ์โลกโดยจะปล่อยก๊าซ CO² ต่ำกว่า 100 g/km

 สรุป : ภาษีใหม่ = มาตรฐานใหม่
อัตราภาษีใหม่นี้ คาดว่าจะทำให้รถยนต์ส่วนใหญ่ที่ขายอยู่ในตลาด มีราคาสูงขึ้น เพราะต้นทุนค่าภาษีจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3-10 % อย่างไรก็ตาม ภาษีใหม่นี้ จะสร้าง “มาตรฐานใหม่” ให้แก่วงการยานยนต์ไทย โดยจะกระตุ้นให้ผู้ผลิต พัฒนา และสร้างสรรค์รถยนต์ที่ประหยัดพลังงาน และปล่อยไอเสียต่ำ เพื่อให้อยู่ในพิกัดภาษีที่เหมาะสม ดังนั้น ในระยะยาว คนไทยจะได้ใช้รถยนต์ที่มีประสิทธิภาพดีขึ้นอย่างแน่นอน

 ที่มา : KHAOBOX  

กดถูกใจ (Like) ​ติดตามข่าวสารจาก มงคล


1. จงสร้างความดีให้กับตัวเอง และนี่ก็เป็นการใช้หนี้ตัวเอง ตัวเราพ่อให้หัวใจ แม่ให้น้ำเลือดน้ำเหลืองอยู่ในตัวแล้ว จะไปแสวงหาพ่อที่ไหน จะไปแสวงหาแม่ที่ไหน บางคนรังเกียจแม่ ว่าแก่เฒ่าไม่สวยไม่งาม พอตัวเองแก่ก็เลยถูกลูกหลานรังเกียจ จึงเป็นกงกรรมกงเกวียนยืดเยื้อกันต่อไปอีก ฯ

2. ใครที่คุณแม่ล่วงลับไปแล้ว ก็ให้หมั่นทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ท่าน และถ้าจะทำบุญด้วยการเจริญกรรมฐาน แล้วอุทิศส่วนกุศลไป การทำเช่นนี้ถือว่าได้บุญมากที่สุด ทั้งฝ่ายผู้ให้และผู้รับ ฯ




3. ผู้ใดก็ตาม ที่คุณแม่ยังมีชีวิตอยู่ ก็ให้กลับไปหาแม่ ไปกราบเท้าขอพรจากท่าน จะได้มั่งมีศรีสุข ส่วนคนที่เคยทำไม่ดีไว้กับท่าน ก็นำเทียนแพไปกราบขออโหสิกรรม ล้างเท้าให้ท่านด้วย เป็นการขอขมาลาโทษ ฯ

4. ขอฝากท่านไว้ไปสอนลูกหลาน อย่าคิดไม่ดีกับพ่อแม่เลย ไม่ต้องถึงกับฆ่าหรอก แค่คิดว่าพ่อแม่เราไม่ดี จะทำมาหากินไม่ขึ้น เจ๊ง ท่านต้องแก้ปัญหาก่อนคือ ถอนคำพูด ไปขอสมาลาโทษเสีย แล้วมาเจริญกรรมฐาน รับรองสำเร็จแน่ มรรคผลเกิดแน่ ฯ

5. บางคนลืมพ่อลืมแม่ อย่าลืมนะการเถียงพ่อเถียงแม่ไม่ดี ขอบิณฑบาต สอนลูกหลานอย่าเถียงพ่อเถียงแม่ อย่าคิดไม่ดีกับพ่อกับแม่ ไม่อย่างนั้นจะก้าวหน้าได้อย่างไร ก้าวถอยหลังดำน้ำไม่โผล่ ฯ

6. คนที่มีบุญวาสนา จะกตัญญูกับพ่อแม่ คนเถียงพ่อเถียงแม่เอาดีไม่ได้..คนไม่พูดกับพ่อแม่ นั่งกรรมฐานร้อยปี ก็ไม่ได้อะไร? ถ้าไม่ขออโหสิกรรม ฯขออโหสิกรรม ที่คิดไม่ดีกับพ่อแม่ คิดไม่ดีกับครูบาอาจารย์ คิดไม่ดีกับพี่ๆ น้องๆ จะไม่เอาอีกแล้ว เอาน้ำไปขันหนึ่ง เอาดอกมะลิโรย กายกัมมัง วจีกัมมัง มโนกัมมัง โยโทโส อันว่าโทษทัณฑ์ใด ความผิดอันใด ที่ข้าพเจ้าพลั้งเผลอสติไป ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ขอให้คุณพ่อคุณแม่ คุณปู่คุณย่า คุณตาคุณยาย คุณพี่คุณน้อง อโหสิกรรมให้ด้วย แล้วเอาน้ำรดมือรดเท้า ฯ

นี่แหละท่านทั้งหลายเอ๋ย เป็นหนี้บุญคุณพ่อแม่มากมาย ยังจะไปทวงนาทวงไร่ ทวงตึก มาเป็นของเราอีกหรือ ตัวเองก็พึ่งตัวเองไม่ได้ สอนตัวเองไม่ได้ เป็นคนอัปรีย์จัญไรในโลกมนุษย์ไปทวงหนี้พ่อแม่ พ่อแม่ให้แล้ว (ให้ชีวิต ให้…ให้… ให้….ฯลฯ) เรียนสำเร็จแล้ว ยังช่วยตัวเองไม่ได้ มีหนี้ติดค้าง รับรองทำมาหากินไม่ขึ้น ฯ หนี้บุญคุณอันยิ่งใหญ่ เหลือจะนับประมาณ นั่นคือหนี้บุญคุณของบิดามารดา

ตัวอย่าง “หนามแหลมใครเสี้ยม มะนาวกลมเกลี้ยงใครไปกลึง” เด็กประถม ๔ พ่อเมาเหล้า เมากัญชาเล่นการพนัน แม่เล่นหวย ปัจจุบันเป็นดอกเตอร์อยู่อเมริกา หลวงพ่อสอนครั้งเดียวจำได้ บอกวันเกิด หนูซื้อขนม ๒ ห่อ เรียกพ่อแม่มานั่งคู่กัน แล้วกราบนะลูกนะ แล้วก็บอกพ่อแม่ว่า ความผิดอันใดที่ลูกพลั้งเผลอ ด้วยกาย วาจา ใจ ที่คิดไม่ดีต่อคุณพ่อคุณแม่ ขอให้คุณพ่อคุณแม่อโหสิกรรมให้ แล้วล้างเท้าให้พ่อแม่ ลูกไม่มีสตางค์ ลูกซื้อขนมมา ๒ ห่อ ให้แม่ก่อน ๑ ห่อ เพราะอุ้มท้องมา แล้วจึงให้พ่ออีก ๑ ห่อ ลูกขอปฏิญาณตนว่า ลูกขอเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ แล้วจะเป็นศิษย์ที่ดีของครูบาอาจารย์ ลูกจะไม่ทำให้พ่อแม่ผิดหวัง...พ่อฟังแล้วน้ำตาร่วงสร่างเมา ส่วนแม่ก็ร้องไห้เลย พ่อแม่ก็ให้สัญญากับลูกเลิกอบายมุขทั้งหมด




7. ลูกหลานโปรดจำไว้ เมื่อแยกครอบครัวไปมีสามีภรรยาแล้ว อย่าลืมไปหาพ่อแม่ ถึงวันว่างเมื่อไรต้องไปหาพ่อแม่ ถึงวันเกิดของลูกหลาน อย่าลืมเอาของไปให้พ่อแม่รับประทาน อย่ากินเหล้า เข้าโฮเต็ล ฯ

8. ชื่อที่พ่อแม่ตั้งให้เป็นมงคลนาม ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน เพราะชื่อเป็นเพียงนามสมมุติแทนตัวเรา อย่างหลวงพ่อชื่อจรัญ ปู่ตั้งให้ หมอดูบอกเป็นกาลกิณี แต่ทำไมเจริญรุ่งเรือง ขอให้เชื่อพระพุทธเจ้าทำดีได้ดี ฯ

9. ของดี ของ ปู่ ย่า ตา ยาย อย่าไปทำลายเลย ของพ่อแม่อย่าไปทำลายนะ หนีได้แน่นอน โยมมีกรรมฐาน มีทรัพย์ มีชื่อเสียง ความรัก บูชาทรัพย์ บูชาชื่อเสียง ความรักของพ่อแม่ได้ เงินจะไหลนองทองจะไหลมา..พ่อแม่ให้อะไรเอาไว้ก่อน อย่าไปทำลายเสีย ถึงจะเป็นถ้วยพ่อแม่ให้มา ก็ไว้เป็นที่ระลึกก็ยังดีอย่าเอาไปทิ้งขว้าง ฯ

10. ถ้าต้องการเจริญก้าวหน้าขอฝากไว้ด้วย คนเรามี ๒ ก้าว จะก้าวขึ้นหรือก้าวลงดำน้ำไม่โผล่ ก้าวลงมันง่ายดี ก้าวขึ้นมันต้องยาก ของชั่วมันง่าย หลั่งไหลไปตามที่ต่ำ นี่บอกสอนลูกหลาน ต้องการจะบรรจุงานไม่ต้องไปวิ่งเต้น ดูลูกเสียก่อน กุศลเพียงพอหรือเปล่า ต้องเพิ่มกุศล ตัวอย่างเรียนจบครู สวดมนตร์เข้าเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นครู ทำงานธนาคารก็ได้ บริษัทก็ได้เดี๋ยวมีคนรับ บางรายทั้งสอบทั้งสมัครหลายแห่งไม่เคยเรียกเลย อาตมาให้นั่งกรรมฐาน พอ ๗ วันผ่านไปพวกมาตามให้เข้าไปทำงานแล้ว ฯ

หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม



บทความจาก...... facebook พระอธิการ นพดล กันตสีโล วัดหนองรั้ว

กดถูกใจ (Like) ​ติดตามข่าวสารจาก มงคล


วิธีการ…เพิ่มบุญให้เทวดา ที่อยู่ใกล้เรา (1 แชร์ เท่ากับ 1 ธรรมทาน)

คนทั่วไปมักจะคำนึงถึง เทวดา หรือ เทพชั้นผู้ใหญ่ เช่น ท้าวเวสสุวัณ พระอินทร์ พระพิฆเนศวร พระอิศวร พระอุมา เป็นต้น
โดยลืมว่า ยังมีเทพ เทวา อีกบางส่วนที่อาศัย อยู่กับเราตลอด อีกทั้งคอยช่วยเหลือเราแทบทุกเวลา




ศาสตร์เหล่านี้คนโบราณ จะไม่ละเลย เเละใส่ใจปฏิบัติเป็นอย่างมาก มักจะเก็บดอกไม้สีขาว จำพวกดอกพุด ทำเป็นขันห้า บูชาที่หัวเตียง เสมอไม่เคยขาดทุกวันพระ

ความเชื่อโบราณที่ว่า บูชาของรักษา ของรักษาก็หมายถึงเทวดาที่รักษาเรานั่นเอง ท่านจะคอยดูแล เตือนภัยต่างๆให้ เทวดาที่เกี่ยวเนื่องกับคนมากที่สุด เช่น เทวดาประจำตัว เทวดารักษาวัตถุ สิ่งของ เช่น รักษาพระเครื่อง วัตถุมงคล ที่เราใช้ เทวดารักษาสถานที่ เช่น รักษาบ้านเรือน หรือเรียกว่าผีบ้านผีเรือนนั่นเอง พระภูมิเจ้าที่ เป็นต้น
วิธีการปฏิบัติ ดูแล หรือเพิ่มอิทธิฤทธิ์ให้เทวดา

1. เราควรไหว้เทวดาประจำตัวด้วยบายศรีปากชามในวันเกิดของเรา อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

2.ควรซื้อพวงมาลัย ไหว้หัวเตียงที่เรานอน ทุกวันพระ หรือเก็บดอกไม้ ใส่พานไว้หัวเตียง เพื่อเป็นการสักการะเทวดาที่รักษาเวลาเรานอน และบูชาเทวดาประจำตัวเรา เชื่อว่า หากมีเรื่องร้ายเทวดาจะมานิมิตบอกทันที และจะฝันแม่นมาก




3.หาโอกาสทำบุญสังฆทาน ผ้าป่า กฐิน บุญใหญ่ๆ เช่น หล่อพระพุทธรูป บุญสร้างสะพาน สร้างสาธารณะกุศลที่คนได้ใช้มากๆ แล้วอุทิศกุศลให้เทวดา แล้วเทวดาเหล่านี้จะมีฤทธิ์มากขึ้นเรื่อยๆ จะช่วยดูแลเราได้มากขึ้น

คนสมัยใหม่ มักจะทำไม่เป็น ไม่คุ้นกับวิธีการ ลองทำดู พิสูจน์ดู เป็นความเชื่อที่หากใครปฏิบัติถูกต้องมักจะร่มเย็นเป็นสุข


ที่มา : KHAOBOX 

กดถูกใจ (Like) ​ติดตามข่าวสารจาก มงคล


อธิษฐานหน้าพระพุทธรูป หรือสวดก่อนนอนก็ได้


(นะโม 3 จบ) “ สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต
อุกาสะ ทะวารัตตะเยนะ กะตัง
สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต
อุกาสะ ขะมามิ ภันเต “




หากข้าพเจ้า จงใจหรือประมาทพลาดพลั้งล่วงเกิน บิดา-มารดา
ครูบาอาจารย์พระพุทธ พระธรรม
พระอรหันต์ทุกพระองค์ พระอริยสงฆ์เจ้า ตลอดจนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย
รวมถึงผู้มีพระคุณ และท่านเจ้ากรรมนายเวร จะด้วย กายวาจา ใจ ก็ดี
ขอได้โปรดอโหสิกรรมแก่ข้าพเจ้าด้วย

หากข้าพเจ้ามีเจ้าของในตัวติดตามมาขออนุญาตมีคู่
มีครอบครัวได้เหมือนคนปกติทั่วไป
ขอถอนคำอธิษฐานคำสาบานที่จะติดตามคู่ในอดีต
ขอให้ต่างฝ่ายต่างเป็นอิสระต่อกัน
ข้าพเจ้าจะประพฤติตนในทางที่ถูกที่ชอบที่ควร
ขอบุญบารมีในอดีตกาลที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน
จงส่งผลให้ข้าพเจ้าและครอบครัวตลอดจนบริวารที่เกี่ยวข้องจงเจริญด้วย
อายุ วรรณะ สุขะ พละลาภ ยศ สุข สรรเสริญ สติปัญญา ปฏิภาณ ธนสารสมบัติ
อุปสรรคใดๆ โรคภัยใดๆ ขอให้มลายสิ้นไป ขอให้ข้าพเจ้ามีความสว่างทั้งทางโลก ทางธรรม
ตั้งแต่บัดนี้ตราบเข้าสู่พระนิพพานเทอญ

หากมีผู้ใดเคยสร้างเวรสร้างกรรมกับข้าพเจ้า
ไม่ว่าจะชาติใดภพใดก็ตาม ข้าพเจ้ายินดีอโหสิกรรมให้ ขอถอนความพยาบาท
ความอาฆาตและคำสาปแช่งในทุกชาติ ทุกภพ
ขอให้ข้าพเจ้าพ้นจากคำสาปแช่งของปวงชนของเจ้ากรรมนายเวร
ขอให้พ้นนรกภูมิ พบแสงสว่างทั้งทางโลก ทางธรรม เทอญ …


“คนเราเกิดมาหลายภพชาติ ต่างมีเจ้ากรรมนายเวรของตนต่างกัน
การสวดขอขมาเพื่อลดและปลดหนี้กรรมให้เบาบางน้อยลง "

เราต้องการสิ่งใด มีอุดมคติมุ่งมั่นในสิ่งใด ขอให้ระลึกถึงสิ่งนั้นและอธิษฐานจิตก่อนนอน เมื่อเรานอนหลับไป
จิตใต้สำนึกจะซึมซับเอาความปรารถนานั้นไว้ และพิจารณาหาทางให้เราประสบความสำเร็จ

เมื่อเราตื่นขึ้นตอนเช้า ขอให้เราคิดว่าเป็นชาติใหม่ของเรา
ขอให้คิดไปในทางที่ดี สร้างจินตภาพในเรื่องความสุขความสำเร็จ
เราจะได้มีพลังจิตที่เข้มแข็งไปในทางบวกและทำหน้าที่ที่มาถึงให้ดีที่สุด




จิตที่เต็มไปด้วยธรรมะ เป็นจิตที่มีความสร้างสรรค์มากเพราะไม่มีอะไรบกพร่อง
พร้อมที่จะช่วยคนอื่นได้ โดยไม่หวังอะไรตอบแทน เขาจะรักหรือไม่รัก เรื่องของเขา แต่เราจะให้

ก่อนนอนทุกคืน เราควรตั้งใจให้อภัยทุกสิ่งทุกอย่างและแก่ทุกคน ทำเสมือนหนึ่งว่า เราจะไม่ตื่นขึ้นมาอีก
ความตั้งใจอย่างนี้ ทำให้ใจของเราสงบและเราจะหลับไปอย่างเป็นสุข ตื่นขึ้นพร้อมด้วยความสดชื่นแจ่มใส
ขอจงท่องจำไว้ว่า เมื่อใดใจของเราผูกเวร เมื่อนั้นมองไปทางใดก็พบแต่ศัตรู
แต่เมื่อใดใจของเรามีเมตตา มองไปทางใดก็เจอแต่มิตรไมตรี

ถ้าท่านเห็นว่าเป็นบทความนี้มีเนื้อหาดี
ก็กรุณาร่วมด้วยช่วยกันส่งต่อความดีด้วยเผยแพร่พระธรรมเป็นธรรมทานต่อๆกันไปด้วยครับ

ที่มา ShareSi

กดถูกใจ (Like) ​ติดตามข่าวสารจาก มงคล


1.เส้นสมรสอยู่ใกล้เส้นจิตใจมาก เจ้าของลายมือมีโอกาสแต่งงานเร็วกว่าเพื่อนคนอื่นๆ ในวัยเดียวกัน


2. หากเส้นสมรสบนฝ่ามือของใครอยู่ไกลจากเส้นจิตใจมาก (อยู่ใกล้โคนนิ้วก้อย) ทำนายได้เลยว่ามีโอกาสแต่งงานได้ช้า ตามตำราหัตถศาสตร์ท่านแบ่งระยะความชัดเจนหรือความเด่นของเส้นสมรสดังนี้ 1. บนฝ่ามือผู้หญิง เส้นสมรสจะเด่นชัดประมาณอายุ 23-25 ปี 2. บนฝ่ามือผู้ชาย เส้นสมรสจะเด่นชัดประมาณอายุ 25-28 ปี

3. ปกติเส้นสมรสจะมีเพียง 2-3 เส้นเท่านั้น หากมีเส้นสมรสมากตั้งแต่ 4 เส้นขึ้นไป ถือว่าผิดปกติในเรื่องของชีวิตคู่หรือชีวิตการสมรส เพราะทำให้ชีวิตคู่วุ่นวาย ทำให้เกิดการหย่าร้าง หรือการแต่งงานหลายครั้ง มีเรื่องเสียหายในทางเพศผิดทำนองคลองธรรม




4. หากเส้นสมรสมี 2 เส้น มีความยาวเท่ากันแต่อยู่ไม่ใกล้ชิดกันนัก หมายถึงจะมีการแต่งงาน 2 ครั้ง แต่เป็นการแต่งงานที่ประสบความสำเร็จและมีความสุขในชีวิตคู่

5. เส้นสมรสมี 2 เส้น ความยาวของเส้นทั้งสองเท่ากัน และอยู่ใกล้ชิดกันมาก บ่งบอกว่าจะมีบุคคลที่สามหรือมือที่สามเข้ามาแทรกทั้งก่อนแต่งงานและหลัง แต่งงานในชีวิตของเจ้าของลายมือ

6. หากบนฝ่ามือเกิดเส้นสมรสขึ้น 3 เส้น แต่เส้นกลางมีความยาวมากกว่าเส้นอื่นๆ พยากรณ์ได้เลยว่าเจ้าของลายมือนั้นจะได้คู่ครองที่ดี จะมีความสุขในชีวิตคู่ รักใคร่กันดี

7. ถ้ามีเส้นสมรสเกิดขึ้นเพียงเส้นเดียวเท่านั้น แต่มีความชัดเจนมาก พยากรณ์ได้เลยว่าชีวิตคู่ของคนนั้นจะอยู่กันจนแก่เฒ่า เพราะเป็นเนื้อคู่ที่แท้จริง จะอยู่ด้วยกันจนถือไม้ท้าวยอดทองกระบองยอดเพชร

8. หากเส้นสมรสมีเพียงเส้นเดียวและดูลางเลือนไม่ชัดเจน หากไม่สังเกตแทบมองไม่เห็นเส้นสมรสเลย หมายถึงชีวิตการแต่งงานเป็นไปอย่างธรรมดา บางครั้งจืดชืดไม่มีชีวิตชีวาเลย แต่ก็ไม่ถึงกับเบื่อหน่ายและหย่าร้างกัน สามารถครองคู่กันไปจนแก่เฒ่าได้

9. เส้นสมรสที่ขาดตอนหรือเป็นเส้นปะ เป็นเส้นสมรสที่ไม่สมบูรณ์ บ่งบอกถึงการแต่งงานหรือชีวิตคู่ที่ไม่ยั่งยืนหรือไม่มั่นคง ทำนายว่าจะมีการหย่าร้างหรือเลิกรากันภายหลังแต่งงาน สาเหตุมาจากความไม่เข้าใจกัน หรือไม่สามารถปรับตัวเข้าหากันได้ ทำให้ต้องเลิกรากันในที่สุด

10. เส้นสมรสยาวไปจนชนเส้นในเนินอาทิตย์เช่นนี้ บ่งบอกถึงการแต่งงานกับคนที่ร่ำรวยมีตำแหน่งหน้าที่การงานดีและชีวิตหลังแต่งงานจะมีแต่ความสุข แต่ถ้าเส้นสมรสยาวไปจนชนเส้นในเนินอาทิตย์เช่นนี้ ภายหลังแต่งงานไปแล้วจะมีเหตุทำให้เสียชื่อเสียงในตำแหน่งหน้าที่ทำงาน อาจถึงขั้นเปลี่ยนงานใหม่ หรือย้ายที่ทำงานใหม่

11.  เส้นสมรสมีปลายโค้งลงไปหาเส้นจิตใจ ทำนายว่าชีวิตหลังแต่งงานมักมีเหตุให้ขัดแย้งกัน ไม่สามารถปรับตัวเข้าหากันได้ ต่างฝ่ายต่างมีเหตุผลที่แตกต่างกัน จะมีเหตุให้ชีวิตคู่พรากจากกันไป หรือมีเหตุทำให้หย่าร้างกัน




12. หากเส้นสมรสของใครมีการโค้งลงไปจนไปชนเส้นจิตใจหรือตัดผ่านเส้นจิตใจ ทำนายว่า คู่ครองของคนนั้นจะต้องตายจากไปก่อน เหตุการณ์จะเกิดขึ้นเร็วหรือช้าให้สังเกตดูตำแหน่งของเส้นสมรสว่าเกิดใกล้หรือไกลเส้นจิตใจ หากเส้นสมรสอยู่ใกล้เส้นจิตใจเหตุการณ์ก็จะเกิดเร็ว แต่ถ้าเส้นสมรสอยู่ห่างจากเส้นจิตใจเหตุการณ์ตายจากกันก็จะเกิดขึ้นช้า

13.  หากที่เส้นสมรสเกิดมีเส้นตั้งฉากทิ่มลงตรงลงไปยังเส้นจิตใจ ท่านอาจารย์ผู้ชำนาญในด้านหัตถศาสตร์พยากรณ์ไว้ว่า 'คู่ครองของผู้นั้นจะตายจากกันไปเพราะอุบัติเหตุโดยไม่คาดฝัน'

14. หากใครมีเส้นสมรสยาวโค้งขึ้นไป บ่งบอกถึงคนๆ นั้นมักจินตนาการหรือตั้งความหวังในเรื่องความรักชีวิตคู่ไว้สูงมาก เป็นคนไม่ตัดสินใจหรือตกลงปลงใจกับใครง่ายๆ จนอาจทำให้สายเกินไป (ขึ้นคาน) ไม่มีโอกาสได้แต่งงานใช้ชีวิตคู่กับเขา มักอยู่ครองโสดไปตลอดชีวิต

 ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก  chillpainai

กดถูกใจ (Like) ​ติดตามข่าวสารจาก มงคล


   บทสวดมนต์ก่อนนอน สำหรับฝึกจิต สร้างสมาธิ ก่อนนอน แนะนำ อ่าน บทสวดมนต์ก่อนนอนที่ถูกต้อง บทสวดมนต์ก่อนนอนสั้น ๆ สร้างสมาธิ เพื่อจิตใจที่ผ่องใสก่อนนอน

   บทสวดมนต์ไม่ว่าบทใดก็มีอานุภาพในตัวเองมากมายหลายประการ นอกจากจะสอดแทรกแง่คิดดี ๆ ในการดำรงชีวิตแล้ว หากผู้สวดสามารถตั้งจิตให้จดจ่อแน่วได้ การกระทำดังกล่าวย่อมส่งผลดีในเรื่องของสมาธิ ปัญญา ที่ช่วยให้ผู้สวดสามารถพิจารณาเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างละเอียดรอบคอบและใจเย็นมากยิ่งขึ้น




   สำหรับผู้ที่กำลังมองหาบทสวดมนต์ก่อนนอน วันนี้เรามีข้อมูลมาฝากแล้วค่ะ ถ้าพร้อมแล้วไปเริ่มกันเลยนะคะ ก่อนอื่นใช้สองมือประนมแล้วทำจิตให้สงบ จากนั้นให้ระลึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงค์ หรือตั้งจิตตามแต่บทสวดมนต์ ดังนี้

บทสวดมนต์ก่อนนอน

อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ (กราบ 1 ครั้ง)
สะวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม ธัมมัง นะมัสสามิ (กราบ 1 ครั้ง)
สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สังฆัง นะมามิ (กราบ 1 ครั้ง)
พุทธะบูชา มะหาเตชะวันโต
ข้าพเจ้าขอบูชาพระพุทธ ขอให้ข้าพเจ้ามีเดชเดชะ
ธัมมะบูชา มะหาปัญญะวันโต
ข้าพเจ้าขอบูชาพระธรรม ขอให้ข้าพเจ้ามีปัญญาอันยิ่งใหญ่
สังฆะบูชา มะหาโภคะวะโห
ข้าพเจ้าขอบูชาพระสงฆ์ ขอให้ข้าพเจ้าอุดมด้วยอริยสมบัติ
ติโลกะนาถัง ระตะนัตตะยัง อะภิปูชะยามิ
ข้าพเจ้าขอบูชาพระรัตนตรัย ซึ่งเป็นที่พึ่งของโลกทั้งสาม (31 ภพภูมิ)
วันทามิเจติยัง สัพพัง สัพพัฏฐาเน สุปติฏฐิตัง สารีริกะธาตุ
ขอบูชากราบไหว้พระสถูปซึ่งประดิษฐานพระบรมสารีริกะธาตุตามที่ต่าง ๆ
มะหาโพธิง ชินะโยจะ พุทธะรูปัง สะกะลังสะทา
ขอบูชากราบไหว้พระพุทธรูปทุกพระองค์และต้นพระศรีมหาโพธิ์ซึ่งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้
บทสวดมนต์บูชาพระภูมิเจ้าที่
ทิสาทิโส เอหิภูมิโม อมมะภูมิมา อาคัจฉันตุ
ข้าพเจ้าขอสักการะบูชาพระภูมิเจ้าที่พระแม่ธรณีและพระแม่คงคา ทุกทิศทุกทางทั่วสากลภิภพ
บทสวดมนต์ผูกมิตรกับมนุษย์ เทวดา และสัตว์ทั้งปวง
มนุสสานัง สะหะยัง ปิโยเทวา สีหะราชา เอหิจิตตัง ปิยังมะมะ
ขอมนุษย์ทั้งหลายองค์เทพเทวาทั้งหลาย สัตว์ใหญ่น้อยทั้งหลายจงมีจิตที่เป็นมิตรสามัคคีกับข้าพเจ้าด้วยเทอญ
บทสวดมนต์แผ่เมตตาให้สรรพสัตว์ทุกเวลาทุกสถานที่
สัพเพ สัตตา อะเวรา โหนตุ
สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย จงอย่ามีเวรซึ่งกันและกันเลย
สุขี โหนตุ
จงเป็นสุข เป็นสุขเถิด
อัพพะยาปัชฌา โหนตุ
จงอย่าพยาบาทเบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย
อะนีฆา โหนตุ
จงอย่ามีความลำบาก จงอย่ามีความเดือดร้อน จงอย่ามีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย
บทสวดมนต์แผ่เมตตาให้ตนเอง
อะหัง สุขิโต โหมิ
ขอให้ข้าพเจ้ามีความสุข
อะหัง นิททุกโข โหมิ
ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากความทุกข์
อะหัง อะเวโร โหมิ
ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากเวร
อะหัง อัพพะยาปัชโฌ โหมิ
ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากอุปสรรคอันตรายทั้งปวง




สุขี อัตตานัง ปริหะรามิ
ขอให้ข้าพเจ้าจงมีสติสัมปชัญญะอยู่ทุกเมื่อ รักษากาย วาจา ใจ ให้พ้นจากความทุกข์ภัยทั้งปวงเถิด

ทั้งนี้ การสวดมนต์ไม่มีถูก ไม่มีผิด ดังนั้นจึงไม่ต้องคำนึงว่า บทสวดมนต์ก่อนนอนที่ถูกต้องจะเป็นอย่างไร ส่วนผู้ที่อยากได้บทสวดมนต์ก่อนนอนสั้น ๆ หรือบทสวดมนต์ก่อนนอนแบบย่อ เนื่องจากมีเวลาจำกัด ก็อาจเลือกสวดเพียงบางบทจากหัวข้อทั้งหมดที่นำเสนอในข้างต้นนี้ได้ทันที

อย่างไรก็ตาม บทสวดมนต์ดังกล่าว ยังสามารถนำมาสวดในช่วงเช้าได้อีกด้วย ดังนั้นใครที่อยากทำจิตใจให้สงบ ผ่องใส เพื่อรับมือกับเช้าวันใหม่ด้วยสิ่งดี ๆ ก่อนออกจากบ้าน ก็ลองนำบทสวดมนต์ดังกล่าวไปใช้กันดูนะ

ที่มา : FB นพดล อุ่นตา 

กดถูกใจ (Like) ​ติดตามข่าวสารจาก มงคล


   ความเชื่อแต่โบราณ กับผลไม้ที่นำมาไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์จะต้องเลือกและคัดสรรผลไม้ในการไหว้เป็นอย่างดีส่วนผลไม้ที่ควรและไม่ควรมีอะไรมาดูกันเลยคะ




ผลไม้ที่ไม่ควรนำมาไหว้

ละมุด เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้ว มักไม่โดดเด่น ปิดๆ ซ่อนๆ

มังคุด เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้วไม่ได้ดีเท่าที่ควร ไปไม่ถึงที่สุด มันกุด ๆ ด้วน ๆ ไม่โดดเด่น

พุทรา เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้วดีในช่วงแรกๆ ช่วงหลังๆ ซาซา

มะเฟือง เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้ว มักฝืดเคือง ไม่อะไรก็อะไร สักอย่าง

มะไฟ เชื่อกันว่าทำอะไรแล้วมักต้อง เร่งๆ รีบๆ เหมือนไฟลน ไม่ได้คุณภาพ

น้อยหน่า เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้ว มักมีปัญหา อุปสรรค เล็กน้อย จุกๆจิกๆ อยู่เสมอๆ ทำแล้วได้ผลเพียงน้อยนิด

น้อยโหน่ง เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้ว ได้ผลสมบรูณ์เพียงน้อยนิด มีอุปสรรคปัญหา ไม่สมบรูณ์แบบ

มะตูม เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้วไม่เจริญก้าวหน้า เช่นเดียวกับชื่อที่ตูมอยู่ตลอด ไม่ก้าวหน้า ไปไม่ได้ไกล

มะขวิด เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้วมักจะประสบปัญหา วัสดุอุปกรณ์ หรือสิ่งหนึ่งสิ่งใดไม่ครบ ขาดโน่น ขาดนี่เสมอ

ลูกจาก เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้ว มักจะไม่ยั่งยืน




ลูกพลับ เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้ว ผลงานต้องโดนเก็บใส่ลิ้นชัก ไม่ได้แสดงผลงาน ไม่ก้าวหน้า

ลูกท้อ เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้ว ท้อแท้ เบื่อหน่าย ไม่มีกำลังใจ

ระกำ เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้ว มักจะไม่ประสบความสำเร็จ

กระท้อน เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้ว สิ่งที่ดีๆ ที่ต้องการเผยแพร่ออกไป กลับสะท้อนมายังจุดเดิม

ลางสาด เชื่อกันว่า เป็นผลไม้ที่มียาง ทำอะไรแล้วมักจะมีเรื่อง ยุ่งยากวุ่นวาย

ผลไม้ที่ควรนำมาไหว้

ลำไย      หมายถึง   ความรัก  ความหวานฉ่ำความสุข

ลิ้นจี่       หมายถึง   ความเป็นศิริมงคล

สับปะรด  หมายถึง   การมีสายตาก้าวไกล  มีความรอบรู้

กล้วย     หมายถึง   การให้มีลูกหลานมากๆ

ทุเรียน    หมายถึง   ความฉลาดหลักแหลม  การรู้เท่าทันผู้อื่น

สาลี่      หมายถึง   การรักษาคุณงามความดี  เหมือนเกลือรักษาความเค็ม

องุ่น       หมายถึง   ความเจริญรุ่งเรือง  ทั้งการงานและชีวิตครอบครัว

แอปเปิ้ล  หมายถึง    การมีสุขภาพสมบูรณ์  แข็งแรงอายุยืนยาว

ส้ม        หมายถึง    การมีโชคลาภ  ประสพแต่สิ่งดีๆในชีวิต

ทับทิม     หมายถึง    การให้มีลูกชายมาก ๆ

ขนุน       หมายถึง   ไม่ว่าจะทำอะไร  จะมีคนคอยเกื้อหนุนอยู่ตลอดเวลา

แก้วมังกร  หมายถึง   ความรุ่งเรื่องมีอำนาจ  มีวาสนา

เกาลัด     หมายถึง   การมีมารยาทงาม

มะม่วง     หมายถึง   ความมีสติปัญญาเหนือผู้อื่น

โปรดใช้วิจารณญาณ


ที่มา: khaobox


กดถูกใจ (Like) ​ติดตามข่าวสารจาก มงคล


การสงเคราะห์ให้กับดวงวิญญาณง่ายๆและได้บุญยิ่งนัก คือ


1.ทุกวันพระข้างแรมให้จัดกระทงใบตองมีข้าวกุ้งพล่าปลายำ น้ำ หมากพลู ขนมหวาน ปักธูป 1 ดอก ไปไหว้ที่ทาง 3 แพร่ง ให้สวด นะโม 3 จบ แล้วว่า "อิติเวสสุวัณโณ สัพพะภูโตสุขัง" 7จบ แล้วอธิษฐานว่า"ใครที่หิวโหย เชิญมากินอาหารเหล่านี้ได้เลยน๊าา" แล้วอย่าหันกลับไปมอง เป็นการสะเดาะเคราะห์ให้ตนเองไปในตัวด้วย




2.ถวายธูปเทียนแก่ศาลเจ้าที่เจ้าทางทั้งหลายพร้อมไฟแช็คหรือไม้ขีด โดยไปถวายในศาลทั่วๆไปที่มีคนไหว้ให้ถวายในวันพระข้างแรมเช่นกัน เวลาถวายให้จุดธูป 5 ดอก แล้วว่า "อมอิมัง ธูปะบูชา ภุมมะเทวา สุขิตาโหนตุ" (7 จบ)

3.ไหว้ธูป 1 ดอก ทุกวันหน้าบ้านด้วยขนมหวาน ข้าว 1 ปั้น หมูปิ้ง 1 ชิ้น ใส่ในกระทงใบตองก็ได้พร้อมหมากพลูและน้ำ 1 แก้ว ให้สวด "อิติ ธรณี ไมตรี เมตตา ภูตา ภุมมิ มหาลาภัง ภะวันตุเม" (7 จบ)
เหมาะสำหรับคนที่เปิดร้านค้าขายจะดีเป็นพิเศษ ควรทำก่อนเที่ยง

บุญประเภทนี้หาทำได้ยาก เพราะโปรดวิญญาณเร่ร่อน ที่โมทนารับบุญกุศลไม่ได้ ต้องผ่านเครื่องสรวงเซ่นบูชา เดินทางไปที่ใดๆเหล่าภูติจะเมตตาเปิดทางให้พบแต่สิ่งดีๆ เจ้ากรรมนายเวรให้อโหสิโดยง่าย แสดงออกถึงความอ่อนน้อม และ มีเมตตา เวรภัยไม่รบกวน




ขอบคุณข้อมูลจาก มนุนาถ อินทรมงคล  

กดถูกใจ (Like) ​ติดตามข่าวสารจาก มงคล


เคล็ดลับการตั้งหิ้งพระ
การตั้งหิ้งพระยังมีความเชื่อผิดๆ อยู่ที่ว่าควรตั้งให้หันหน้าไปทางทิศตะวันออก และห้ามหันไปทางทิศตะวันตก แต่ที่จริงแล้วทิศตะวันตกเป็นเพียงสิ่งที่คนไทยจำนวนไม่น้อยเข้าใจผิดไปด้วย เพราะกลัวคำว่า “ตก” เท่านั้นเอง




 แต่ทิศที่ดีสำหรับหิ้งพระคือทั้ง8ทิศนั่นแหละ ที่จริงที่ไม่ได้มีข้อห้ามที่ห้ามคือทิศที่หันไปทางหลังบ้านเท่านั้นเอง ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหน้าบ้านหันหน้าไปทางทิศใต้ แต่คุณตั้งหิ้งพระให้หันไปหาหลังบ้านซึ่งเป็นทิศเหนือ ลักษณะนี้ต่างหากที่ถือว่าเป็นทิศทางที่ไม่ถูกต้อง

สำหรับทิศที่ถูกโฉลกและเสริมบารมีต่อตัวผู้เป็นเจ้าของบ้านโดนับจากปีเกิด มีเคล็ดดังนี้

เจ้าของบ้านที่เกิดปีชวด : ห้ามตั้งหิ้งหันหน้าไปทางทิศเหนือ

เจ้าของบ้านที่เกิดปีฉลู : ห้ามหันหน้าหิ้งไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และค่อนไปทางทิศเหนือเล็กน้อย

เจ้าของบ้านที่เกิดปีขาล : ห้ามหันหน้าหิ้งพระไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ค่อนไปทางทิศตะวันออก

เจ้าของบ้านที่เกิดปีเถาะ : ห้ามหันหน้าหิ้งพระไปทางทิศตะวันออก

เจ้าของบ้านที่เกิดปีมะโรง : ห้ามหันหน้าหิ้งพระไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ค่อนมาทางทิศตะวันออก

เจ้าของบ้านที่เกิดปีมะเส็ง : ห้ามตั้งหิ้งพระไปทางเทศตะวันออกเฉียงใต้

เจ้าของบ้านที่เกิดปีมะเมีย : ห้ามตั้งหิ้งพระโดยหันหน้าหิ้งไปทางทิศใต้

เจ้าของบ้านที่เกิดปีมะแม : ห้ามหันหน้าหิ้งพระไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้

เจ้าของบ้านที่เกิดปีวอก : ห้ามหันหน้าหิ้งพระไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้

เจ้าของบ้านที่เกิดปีระกา : ห้ามหันหน้าหิ้งพระไปทางทิศตะวันตก

เจ้าของบ้านที่เกิดปีจอ : ห้ามหันหน้าหิ้งพระไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือค่อนไปทางตะวันตก




เจ้าของบ้านที่เกิดปีกุน : ห้ามหันหน้าหิ้งพระไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือค่อนไปทางทิศเหนือ

ขอบคุณข้อมูลจาก – เคล็ดวิธีตั้งศาลพระภูมิไหว้เจ้าที่ถูกวิธีมั่งมีร่ำรวยทวีคูณ

กดถูกใจ (Like) ​ติดตามข่าวสารจาก มงคล

 

  การกราบไหว้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สิ่งที่เราต้องทำคือการจุดธูป แต่หลายคนยังสงสัยว่าเราควรจะต้องจุดธูปจำนวนกี่ดอกต่อการไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ตางๆ ดูข้อมูลจากที่นี่ได้เลยจ้า
การจุดธูปบูชา เสริมดวงชะตาหรือขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นเรื่องของความเชื่อที่สืบทอดต่อๆกันมา
การจุดธูป เทียน หมายถึง ไหว้พระรัตนตรัย สิ่งศักดิ์สิทธิ์
การจุดเทียน เป็นตัวแทนของ แสงสว่างชีวิต ดอกไม้หอม แทนคุณงามความดี ความเจริญ
การสักการะถือเป็นการทำอมิสบูชาให้เกิดมงคลแก่ชีวิตโดยการบูชาสิ่งที่ดี ทำให้ตัวเรา มีบารมีมากขึ้น จึงใจสงบขึ้น




จำนวนธูปที่ใช้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์
การสักการะใช้ธูปกี่ดอก

1. พระพุทธรูป ใช้ 3 ดอก แทนพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ

2. พระสงฆ์ ใช้ 3 ดอก แทนพระรัตนตรัยและผู้มีพระคุณ

3. พระสงฆ์ พระเกจิอาจารย์บรรลุธรรม จุดธูป 9 ดอก แทนพระรัตนตรัยและผู้มีพระคุณ

4. พระพุทธเจ้าหลวง เสด็จพ่อรัชกาลที่ 5 ขอพร จุดธูป 9 ดอก

5. พระโพธิสัตว์กวนอิม ขอพรจุดธูป 9 ดอก

6. พระแม่อุมาเทวี ขอพรจุดธูป 9 ดอก (องค์เทพองค์พรหม)
- บน 39 ดอก
- บวงสรวง 16 ดอก

7. ปู่ฤาษี ขอพรจุดธูป 9 ดอก

8. พระภูมิเจ้าที่ -เทพ ใช้ธูป 9 ดอก
- เทวดาธรรมดา 5 ดอก
- ผี 1 ดอก

9. กุมารทอง -จากวัด ใช้ธูป 5 ดอก
- วิญญาณลูก 1 ดอก

10. ไหว้บรรพบุรุษ ให้จุดธูป 1 ดอก

11. ว่านมงคลกาหลง ให้ธูป 5 ดอก

12. พระแม่นางกวัก ให้จุดธูป 9 ดอก
จำนวนของการจุดธูป
การจุดธูป 1 ดอก : เป็นการจุดไหว้เจ้าที่เจ้าทาง ผีบ้านผีเรือน วิญญาณภาคพื้น
การจุดธูป 2 ดอก : เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับวิญญาณและการจุดธูปบนอาหาร
การจุดธูป 3 ดอก : เป็นการจุดธูปบูชาพระรัตนตรัย บูชา พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
การจุดธูป 4 ดอก : เป็นเรื่องเกี่ยวกับธาตุสี่ ใช้ในการสวดเสริมดวงชะตาราศี
การจุดธูป 5 ดอก : เป็นการจุดธูปบูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พ่อแม่และครูบาอาจารย์
การจุดธูป 6 ดอก : เป็นการ จุดธูปเสริมดวงชะตาตามกำลังไฟของอาทิตย์ ของคนที่เกิดวันอาทิตย์
การจุดธูป 7 ดอก : เป็นการจุดบูชาจิตวิญญาณตามศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ และครูบาอาจารย์ที่เสียชีวิตแล้ว
การจุดธูป 8 ดอก : เป็นการเสริมดวงชะตา ตามกำลังพระอังคาร และตามจำนวนอัฎฐเคราะห์
การจุดธูป 9 ดอก : เป็นการจุดธูปบูชาผู้มีพระคุณ พระภูมิเจ้าที่ เทพ เจ้าป่า เจ้าเขา รุกขเทวดา ศาลพระภูมิ ศาลเทพ
การจุดธูป 10 ดอก : เกี่ยวข้องกับธาตุไฟ ตามกำลังของพระเสาร์ มีกำลัง 10 เพื่อใช้ในการสวดเสริมดวงชะตา
การจุดธูป 11 ดอก : ใช้บูชาเทวดาชั้นสูง
การจุดธูป 12 ดอก : ในการบูชาตามกำลังพระราหู ใช้ในการสวดเสริมดวงชะตา คนที่เกิดวันพุธกลางคืน
การจุดธูป 13 ดอก : เป็นเลขไม่เป็นมงคล จึงไม่นิยมจุดบูชา
การจุดธูป 14 ดอก : ใช้จุดธูปบูชารูปปั้นพระสงฆ์ (เป็นการบูชาคุณพระสงฆ์)
การจุดธูป 15 ดอก : ใช้สวดบูชาดวงชะตา เกี่ยวข้องกับธาตุ ตามกำลังของดาวจันทร์
การจุดธูป 16 ดอก : เป็นการจุดธูปบูชาเทพชั้นสูง บูชาเทพชั้นครู หรือ พิธีกลางแจ้ง ที่มีการอัญเชิญเทวดา ที่สำคัญหมายถึงสวรรค์ 16 ชั้น
การจุดธูป 17 ดอก : เป็นการเสริมดวงชะตา สวดเสริมดวงชะตา




การจุดธูป 18 ดอก : ไม่นิยมจุด
การจุดธูป 19 ดอก : บูชาเทวดาทั้ง 10 ทิศ
การจุดธูป 21 ดอก : บูชาพระคุณของพ่อ การบูชาแม่พระธรณี
การจุดธูป 32 ดอก : ใช้สวดชุมนุมเทวดาทั้ง 4 ทิศ การไหว้ 16 ชั้นฟ้า 15 ชั้นดินครับและ 1 โลกมนุษย์
การจุดธูป 39 ดอก : การบูชาพระแม่โพสพ
การจุดธูป 56 ดอก : เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับบูชาคุณพระพุทธเจ้า
การจุดธูป 108 ดอก : บูชาสิ่งสูงสุดทั่วทั้งโลกทุกชั้นฟ้า

กดถูกใจ (Like) ​ติดตามข่าวสารจาก มงคล





1. นิ้วก้อยพอดีกับข้อบนของนิ้วนาง
ทักษะการพูดจาของคุณง่ายๆไม่มีเล่ห์เหลี่ยม ถ้ามีโอกาสอยู่กันสองต่อสองก็แค่แสดงส่วนดีของตัวเองออกมา อย่าคิดเยอะ! ให้แสดงความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมา โดยใช้โอกาสพิเศษอย่างวันวาเลนไทน์หรือวันเกิด ลองทำด้วยความมั่นใจและโปรยยิ้มเข้าไว้!

2. นิ้วก้อยเลยช่วงข้อบนของนิ้วนาง
คุณช่างมีไหวพริบดีและพูดจาคล่องแคล่ว สามารถแสดงความรู้สึกออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ ลองทักทายเขาก่อน แล้วพูดชื่นชมแต่ด้านดีของเขา และสร้างบรรยากาศสบายๆกลมกลืนระหว่างคุณสองคน

3. นิ้วก้อยไม่ถึงช่วงข้อบนของนิ้วนาง
แม้ว่าคุณจะชอบเขามากแต่คุณก็ไม่กล้าแสดงความรู้สึกออกมา ถ้าเขาแสดงปฏิกิริยาที่แตกต่างไปจากที่คุณคิด คุณจะรู้สึกผิดหวังและล้มเลิกอย่างง่ายดาย และถ้าคุณยังไม่รู้จักเขาดีพอแล้วดันไปสารภาพความรู้สึกให้รู้ ส่วนใหญ่มักได้ความผิดหวังกลับมา ทางที่ดีที่สุดหาใครสักคนที่เป็นสื่อกลางอาจเป็นเพื่อนของคุณก็ได้ นั่นจะทำให้โอกาสสำเร็จเพิ่มมากขึ้นเลยทีเดียว




ที่มา: khaobox


กดถูกใจ (Like) ​ติดตามข่าวสารจาก มงคล


การจัดฮวงจุ้ยบ้าน และฮวงจุ้ยร้านค้าให้มีความร่ำรวย
เพื่อต้อนรับ มงคลปีแพะ 2558 ให้มีความเจริญรุ่งเรืองกันทุกคน





1. ลานรับพลัง...ฮวงจุ้ยที่ดี จะต้องมีพื้นที่ว่างด้านหน้าให้มีความเหมาะสมกับขนาดของสถานที่นั้นๆ เพราะว่าลานรับพลังจะเป็นตัวช่วยที่มีความสำคัญในการรองรับพลังต่างๆ ก่อนที่จะเคลื่อนเข้าสู่พื้นที่ภายใน เช่น เปิดร้านอาหารแต่ไม่มีที่จอดรถให้ลูกค้า แล้วจะมีลูกค้าเข้าร้านได้อย่างไร

2. แสงสว่าง...พลังชี่แห่งชีวิตในการที่จะนำความสำเร็จมาให้กับสถานที่ต่างๆ จะต้องมีความเป็นหยาง ซึ่งก็คือ การมีแสงสว่าง ที่เป็นตัวช่วยเติมพลังมงคลให้กับสถานที่ต่างๆ และแสงสว่างก็ยังเป็นตัวช่วยดึงดูดพลังชี่ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

3. สวย...จะต้องทำการจัดบ้าน และร้านค้าให้สวยงามดูดี เพราะว่าจะช่วยดึงดูดพลังแห่งความสำเร็จให้เข้าสู่ภายในสถานที่นั้นๆ

4. โปร่ง...จะต้องจัดพื้นที่ต่างๆ ให้มีอากาศถ่ายเทไหลเวียนได้อย่างสะดวก เพราะว่าอากาศที่เย็นสบายจะเป็นตัวช่วยนำพลังชี่แห่งชีวิต ให้สามารถนำพาความรุ่งเรืองกระจายตัวได้อย่างทั่วถึงภายในสถานที่นั้นๆ

5. โล่ง...จะต้องทำการตกแต่งจัดวางพื้นที่ภายในให้โล่ง ยิ่งเส้นทางเดินที่นำพาพลังเข้าสู่พื้นที่ต่างๆ เพราะว่าเส้นทางนำพลังที่มีความรก ไม่เป็นระเบียบ จะเป็นดังอุปสรรคขวางกั้นให้สถานที่นั้นๆ ไม่มีความเจริญสำเร็จ

6. สะอาด...จะต้องดูแลให้ทุกพื้นที่ของสถานที่นั้นๆ ให้สะอาดอยู่เสมอ เพราะว่าความสะอาด ถือเป็นปัจจัยขั้นพื้นฐานที่มีความสำคัญมากๆ ในทางฮวงจุ้ย ที่จะเป็นตัวชี้วัดถึงความเจริญรุ่งเรือง และสุขภาพที่ดี




7. ธรรมชาติ...ฮวงจุ้ยที่ดี ก็คือความเป็นธรรมชาติ ดังนั้นทุกสถานที่ควรที่จะ ต้นไม้ ในการประดับตกแต่งเอาไว้บ้าง เพราะว่า ธรรมชาติจะเป็นตัวช่วยดึงดูดพลังชี่แห่งชีวิต ให้ก่อเกิดความสำเร็จแก่สถานที่นั้นๆ ได้ดีที่สุด

8. ความสุข...คือ หัวใจสำคัญที่สุดในการจัดฮวงจุ้ย ดังนั้นทุกการจัดฮวงจุ้ยที่ดี ทุกท่านควรที่จะจัดทำอย่างมีความสุขที่ได้ทำ ได้เลือก ได้ใช้งาน เพราะว่าที่สุดแล้วในการจัดฮวงจุ้ย เจ้าของบ้านจะต้องมีความสุขให้ได้ก่อนเป็นสำคัญ
ทุกท่านสามารถติดตามบทความต่างๆ ได้ที่ แฟนเพจ... สถาบันฮวงจุ้ย 3 ประสาน ฟ้า ดิน คน

ที่มา: สถาบันฮวงจุ้ย 3 ประสาน ฟ้า ดิน คน

กดถูกใจ (Like) ​ติดตามข่าวสารจาก มงคล


ลองทำดูนะ......เผื่อเราไปบนบานศาลกล่าวไว้ที่ไหนแล้ลืม..นึกขึ้นไม่ได้..

สิ่งนั้นอาจทำให้ชีวิตของเราติดๆขัดๆ..ลองขอขมาดูจ้า...เผื่อมีประโยชน์กับหลายคน...อย่างน้อยก็ได้ความสบายใจนะค่ะ...มีครูบาอาจารย์ท่านบอกมาเลยอยากบอกต่อ.....
ขอบอกทำแล้วดีจิงๆนะ..เห็นทันตา..ไม่เชื่ออย่าลบหลู่....




สิ่งที่ต้องเตรียม
1. พระพุทธรูปปางสมาธิ 1 องค์ ถ้ามีอยู่แล้วก็อันเชิญท่านมาเป็นองค์ประทาน หรือใครจะซื้อใหม่ก็ไม่ว่าแล้วเอาไปถวายวัด..เพิ่มบารมีให้คนกราบไหว้.เน้นไว้ในโบสถ์หรือศาลา
2. ผลไม้ 5หรือ 7อย่าง ต้องมี กล้วยน้ำหว้า 1หวี มะพร้าว1ลูก สับปะรด1ผล ผลไม้ตามฤดูกาล
3. หมากพลู บุหรี่ 5 มวน
4. พวงมาลัยดาวเรือง 3 พวง
5. น้ำแดง1ขวด น้ำเขียว1ขวด
6. น้ำป่าว1ขวด
7. เทียนขาว 2 เล่ม
8. จุดธูป 16 ดอก

ท่องดังนี้
ข้าพเจ้า..เอ่ย ชื่อนามสกุล...วันเดือนปีเกิด....
ขออันเชิญองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาเป็นประธานและสักขีพยาน ตลอดทั้งอันเชิญเทพเทวาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายรวมทั้งเจ้าที่เจ้าทางเจ้าป่าเจ้าเขา ให้มารับเครื่องสังเวยเครื่องสักการะที่ลูกได้จัดถวายให้แล้วในวันนี้เนื่องจากว่าลูกเคยบนบานศาล
กล่าวรวมทั้งสาบานมานานแล้วจนถึงปัจจุบันทั้งหลายทั้งปวง ทั้งที่จำได้และจำไม่ได้ก็ดี ทั้งที่สำเร็จหรือไม่สำเร็จก็ตาม ก็ขออันเชิญให้มารับเครื่องแก้บนทั้งหลายเหล่านี้
เมื่อท่านทั้งหลายได้รับแล้วลูกขอถอนคำสาบานคำบนบานศาลกล่าวทั้งหมดขอให้สิ้นสุด ณ วินาทีนี้เป็นต้นไป ถ้าหากลูกมีความจำเป็นจะต้องบนบานศาลกล่าวอีกก็จะกล่าวบนบานใหม่อีกรอบในคราวต่อไป สาธุ สาธุ สาธุ.......




ทำแล้วห้ามขอพรใดๆนะ..พอจบสาธุให้ปักธูปเลย
หลังจากลาแล้วก็ขอพรได้..ในเรื่องที่ต้องการ..สาธุสาธุสาธุจ้า.....
อยากให้ทำนะไม่ยุ่งยาก...ทำแล้วจะได้ลื่นๆรวยๆหาเงินหาทองกิจการรุ่งเรือง..ร่ำรวยขึ้นไป

ที่มา: khaobox 


กดถูกใจ (Like) ​ติดตามข่าวสารจาก มงคล


สาวมังกร : หนูช๊อบ ชอบ ให้ใครๆ ให้ความสำคัญกับหนู และจะเสียใจม๊ากมาก ถ้ามีใครมาแอบนินทาว่า ร้ายหนู ดูเหมือนเธอจะเป็นคนเชื่องช้า แต่จริง ๆแล้ว เป็นคนที่ก้าวช้าๆ แต่มั่นคงต่างหาก จะไม่ค่อยเห็นสาวราศีนี้ตกต่ำ เพราะอะไรนะเหรอ ก็เพราะว่าคุณเธอมักจะมีความทะเยอทะยานแฝงอยู่ไม่ต่า งกับหนุ่มราศีมังกรเหมือนกัน สาวราศีนี้จะมีรูปร่างค่อนข้างสูง และหัวสูง การคบหากับใครซักคน สำหรับเธอแล้วเป็นเรื่องใหญ่ เพราะเธอจะแปลงร่างเป็นนายทะเบียนซักประวัติชายหนุ่ม ที่หลงเข้ามาจีบเธอแบบถี่ยิบ เป็นผู้หญิงหัวดื้อ ใจแข็ง และฟอร์มจัด
หนุ่มคนไหนที่เล็งสาวราศีมังกรอยู่ ต้องจริงใจไม่จริงโจ้ และต้องรักจริงหวังแต่ง ไม่ใช่หวังอย่างอื่น และยิ่งถ้าทำให้เธอรู้สึกว่าอยู่กับคุณแล้ว มั่นคงปลอดภัย ความสำเร็จของคุณก็อยู่ไม่ไกลเลย อ้อ..คุณหนุ่มๆ ต้องมีมาดหน่อยนะ ถึงจะเข้าตา ถ้าอยากสนิทด้วย ก็แค่อาศัยเรื่องงานปูทางเข้าไปก่อน แต่ถ้าคุณทำตัวไม่เป็นโล้เป็นพาย ไม่ได้แอ้มแน่ ขอโบก.... เคล็ดลับ อย่าทำให้เธอโกรธมากๆ เด็ดขาด เพราะเธอจะเป็นพวกที่ โกรธได้นานมากๆ
นิสัยสาวราศีมังกร (16 มกราคม– 15กุมภาพันธ์)

คุณเป็นที่ที่จะต้องคอยมีญาติผู้ใหญ่ของคุณ เข้ามาพึ่งพาอาศัย ในยามที่ชีวิตของคุณมีความมั่นคงเป็นปึกแผ่น ความมีระเบียบ แบบแผน ความที่มีจิตใจแน่วแน่มั่นคง สุขุมและไม่เพ้อฝันคุณอาจจะไม่ใช่คนที่โรแมนติกสักเท่าไร แค่คุณมีอารมณ์ที่คงที่และมีสติอยู่เสมอ คุณไม่เสียเวลากับความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสมใดๆ ที่จะทำให้คุณต้องผิดหวังเสียใจ คุณจะเลือกคนที่ดีแล้วแบ่งเวลาให้เขาอย่างลงตัว แล้วเขาจะรู้ว่าการคบกันคุณจะไม่ทำให้เขาประสาทเสียเหมือนผู้หญิงคนอื่นอีกด้วย คุณอาจจะต้องเสียเวลาบ้างไปกับการเข้าใกล้ชิดกับเขา แต่การป้องกันตัวเองของคุณก็นับเป็นผบดีต่อคุณมากมาย คุณอาจจะพลาดโอกาสได้คบคนหลายๆ คนและในที่สุดคุณก็จะได้พบกับชายหนุ่มที่พร้อมทุ่มเทให้กับคุณโดยเฉพาะ


สาวกุมภ์ : สาวกุมภ์จะเป็นสาวหน้าตาสดใส เฉลียวฉลาด แต่เป็นสาวอารมณ์แปรปรวนคนหนึ่งในจักรราศี บางวันก็ร่าเริงสดใส บางวันก็ซึมเศร้า อยากร้องไห้ เอาแน่เอานอนอะไรกับคุณเธอไม่ค่อยได้ ถ้าใครทำให้เธอเสียใจขึ้นมาล่ะก็ เธอจะเก็บไว้นานมาก รวมถึงถ้าใครทำให้เธอโกรธมากๆ เธอจะทำเหมือนว่า คนๆ นั้นไม่เคยมีตัวตนอยู่ในโลกเลยทีเดียว เป็นสาวที่มีความอึดคนหนึ่ง ลงมือทำอะไรแล้ว ไม่ล้มเลิก ง่ายๆแน่
ความรักสำหรับเธอแล้วเป็นสิ่งสวยงาม เรื่องโรแมนติกเป็นเรื่องที่เธอชอบ แต่เธอก็เป็นพวกเจ้าสาวที่กลัวฝน คือ กลัวที่จะผิดหวัง เป็นคนเข้ากับคนง่าย แต่เป็นคนที่เลือกคบคน งงล่ะสิ คือเธอคุยกับ ใครก็ได้ แต่เลือกที่จะปรึกษากับใครบางคนเท่านั้น เป็นคนที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง อีกเรื่องที่พึงระวังก็คือ เธอจะเป็นคนรักษาสัญญามาก คำไหนคำนั้นนะจ๊ะ ขอบอก
หากอยากรักสาวราศีนี้ อย่าขังเธอไว้ในกรงทอง เงินไม่ใช่สิ่งที่เธออยากได้ อิสรภาพต่างหากที่เธอต้องการ ข้อดีก็คือ คุณก็จะเป็นอิสระด้วย เพราะเธอไม่ใช่ผู้หญิงที่วิ่งตามคุณทุกฝีก้าว และที่น่าอิจฉาสุดๆ ก็คือเธอจะมีอะไรใหม่ ๆ ในชีวิตให้คุณได้ตื่นเต้นตลอดเวลาอีกด้วย
นิสัยสาวราศีกุมภ์ (16 กุมภาพันธ์ – 15 มีนาคม)

คุณจะมีจริตหรือจิตใจที่ออกจะเหมือนเจ้าหญิงในนวนิยายมากเกินไปเสียหน่อย คุณต้องการเข้าใกล้คนรัก แต่ก็ยังอยากอยู่ห่างๆ ให้เขาชื่นชมคุณในเวลาเดียวกัน แม้คุณจะมีความสัมพันธ์อันใกล้ชิดดูดดื่ม แต่คุณก็ยังคงความเย็นชาและระยะห่างเอาไว้เพื่อรักษาความเป็นตัวคุณเอง คนรักมักมาจากแวดวงสังคมเดียวกันกับตัวคุณเอง เพื่อให้แน่ใจว่าเขามีความสนใจและอุดมคติเดียวกันกับคุณลึกๆ แล้วคุณต้องการเพื่อน แทนที่จะสนใจอารมณ์อันลึกซึ้ง คุณกลับไม่ปล่อยให้ตัวเองงอยู่ในห้วงอารมณ์ และวิเคราะห์ความรู้สึกของตนเองอย่างละเอียด และในช่วงนี้คุณยังไม่มองเรื่องเซ็กส์เป็นเรื่องเดียวกับความรักอีกด้วย


สาวมีน : ผู้หญิงช่างฝันตัวจริง เสียจริงเลยล่ะ อ่อนไหวมากๆ ดูหนังก็ร้องไห้ ฟังเพลงก็ร้องไห้ ดูอ่อนแอ น่าทะนุถนอม และยิ่งถ้าตกอยู่ในห้วงแห่งความรักด้วยแล้ว วันๆ เธอจะหน้าแดง แค่พูดถึงคนที่เธอแอบชอบ เธอก็จะเขิน บิดตัวไปมา เป็นสาวที่รักสัตว์เลี้ยง ที่น่าแปลกใจก็คือ จะเป็นอีกหนึ่งราศีที่มีลาง สังหรณ์ที่ค่อนข้างแม่นยำ
นิสัยติดตัวอีกอย่างของสาวราศีนี้ก็คือ เธอชอบที่จะซื้อรองเท้า แม้จะมีอยู่แล้วหลายสิบคู่ก็ตาม หนุ่มๆ ที่กำลังหลงรักสาวราศีนี้ บอกได้เลยว่า คุณจะได้คนรักที่พร้อมจะเป็น ช้างเท้าหลัง เธอคิดว่าผู้ชายจัดการเรื่องต่างๆ ได้ดีกว่าผู้หญิง เธอช่างเอาใจ อยากให้คนที่เธอรักมีความสุ ขข้อเสียก็มีนะ เธอมักจะชอบคิดว่า ตัวเองไม่ดีพอ สู้คนอื่นๆ ก็ไม่ได้ และที่สำคัญเธอเป็นพวกที่จะลังเลเสมอเวลาที่จะต้องตั ดสินใจอะไรซักอย่าง
ถ้าคุณคิดจะเลือกสาวมีน คุณจะได้ผู้หญิงที่พร้อมจะเป็นแม่บ้าน เป็นนางฟ้าตัวน้อยๆ ของคุณ แต่คุณต้องเตรียมใจไว้หน่อยนึงนะ เจ้าความอ่อนไหวของเธอ อาจทำให้เธอกลายร่างเป็นแม่มดขึ้นมาก็ได้ เตือนไว้ก่อนละกัน
นิสัยสาวราศีมีน (16 มีนาคม – 15 เมษายน)

คุณพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อความรัก คุณพร้อมเสียสละเพื่อคนรักได้ และถือว่าทุกความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นคือส่วนหนึ่งของความสุขที่เกิดจากความรัก ความใจกว้างมักทำให้คุณถูกเอาเปรียบอยู่บ่อยๆ แต่คุณก็มีพรสวรรค์ในการสร้างจินตนาการโรแมนติก คุณต้องการสายสัมพันธ์อันสูงส่งระดับจิตใจ ที่ลึกลับอยู่ในคนรักของคุณ คุณจะรู้สึกเทิดทูนบูชาเขาเหลือเกิน เพราะคุณไม่รู้วิธีป้องกันหัวใจของคุณเอง ห รือแม้กระทั่งสร้างขอบเขตของความสัมพันธ์ บางครั้งทำให้คนรักของคุณขวัญหนีดีฝ่อ เพราะคุณให้เวลาเขามากจนเกินไปในเรื่องบนเตียง คุณพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อสอนคนที่คุณรัก


สาวเมษ : สาวราศีนี้มีชีวิตที่ไม่หยุดนิ่ง เธอจะยุ่งเหยิงอยู่ตลอดเวลาเป็นหญิงเก่ง และแกร่ง พร้อมจะยืนหยัดด้วยลำแข้งเล็กๆ ของตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งพาผู้ชายหน้าไหนเลยล่ะ มีความเป็นผู้นำ และเป็นอีกหนึ่งราศีที่มั่นใจในตัวเองมาก ชอบที่จะทำอะไรด้วยตัวเอง แม้กระทั่งเปลี่ยนหลอดไฟ อย่าแปลกใจ ถ้าอยู่ๆ สาวราศีนี้จะลุกขึ้นมาชวนคุณไปกินข้าวเย็นใต้แสงเทีย น เพราะสำหรับเธอแล้ว ฝ่ายหญิงชวนฝ่ายชายก่อน ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกอะไร
ผู้ชายที่จะทำให้สาวราศีเมษสนใจ จะต้องเป็นผู้ชายมาดเข้ม มีความเป็นผู้นำ ประเภทลูกแหง่ไปให้ไกลๆ เลย สองตาเธอก็ไม่แล นั่นคือแง่มุมเดียวของสาวราศีนี้ ส่วนอีกแง่มุมหนึ่งก็คือ เธอเป็นสาวขี้เหงาสุดๆ แต่เธอเก็บมันไว้ลึกสุดใจเลยล่ะ คุณไม่มีทางรู้ได้เลยว่า เธอกำลังอกหัก เพราะเธอจะไม่แสดงออกเด็ดขาด สิ่งดีๆ ในตัวเธอก็คือ เป็นพวกมองโลกในแง่ดีคุยสนุก อยู่ใกล้แล้วไม่เบื่อ เป็นผู้หญิงที่ชอบทำงาน แถมทำหลายอย่างในเวลาเดียวกันอีกด้วย สาวราศีเมษจะรักเพื่อนมาก ในวงเหล้าเธอสามารถทำตัวกลมกลืนกับกลุ่มเพื่อนได้ไม่ น่าเกลียด หากหนุ่มๆ คิดจะเลือกสาวราศีเมษเป็นคู่ชีวิตล่ะก็ ระวังไว้นิดนึง เธอเป็นคนที่โกรธง่ายมาก แต่ก็หายเร็ว มากเหมือนกันถ้ามีเรื่องให้ต้องถกเถียงกัน ก็ปล่อยให้เธอชนะๆ ไปเหอะ จะได้ไม่ต้องทะเลาะกัน เวลาคุณไปไหนมาไหนกับเพื่อนแล้วกลับดึก ไม่ต้องอธิบายอะไรมาก เธอเข้าใจ ให้พูดกับเธอแบบตรงไปตรงมา อย่าให้เธอจับได้ล่ะว่าคุณโกหก เพราะเธอจะโกรธมาก และถ้ามีปัญหามากนัก เธอก็พร้อมจะบอกคุณตรงๆ ว่าเลิกเหอะ...

นิสัยสาวราศีเมษ (16 เมษายน – 15 พฤษภาคม)

สาวราศีเมษเป็นสุภาพสตรีที่แท้จริงไม่มีความอิงนิยาย เป็นคนตรงๆ ตรงไปตรงมาค่อนข้างสุดๆ แถมยังมีความใจกว้างสุดๆ อีกเสียด้วย แต่ปัญหาของคุณเหล่านั้นก็คือ เป็นคนที่ไม่ยอมเปิดเผยความเป็นตัวของตัวเองให้ใครได้เห็นมากมายนัก คุณจึงพลาดโอกาส เพราะคนที่คุยแอบเล็งเอาไว้เขามองไม่เห็นถึงความรู้สึกอ่อนโยนที่มีอยู่ข้างในสภาวะจิตใจของคุณ อย่างไรก็ตามความอดทนจะทำให้คุณได้พบคนดีๆ และคุณเป็นคนที่อ่อนหวาน พูดจานุ่มนวลชอบที่จะเอาใจใส่กับชายของคุณที่มีความรักและสนใจให้กับตัวคุณ และสามารถที่จะแบ่งปันเวลายามเช้าที่แสนอบอุ่นให้กับคนรักบนเตียงอันแสนนุ่มนวล คุณต้องการความสัมพันธ์ที่มั่นคง และตรงไปตรงมา ยั่งยืน และมีความซื่อสัตย์ คุณเป็นคนที่รักจริงเสมอและไม่ยอมปล่อยให้คนรักหลุดมือไปได้อย่างง่ายดาย ถ้าหากว่าคุณรักใครจริงๆ


สาวพฤษภ : สาวผอมบาง เพรียวลม ผู้มาดมั่น มีเปลวไฟร้อนแรงซ่อนอยู่ภายใน คุณจะได้สัมผัสกับมันทันที ถ้าคุณทำให้เธอโกรธ สาวราศีนี้ส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิงทำงาน เก่งสารพัด ไม่เคยต้องง้อผู้ชาย เพราะเธอคิดว่าเธอก็ทำได้ ไม่แพ้ผู้ชายเหมือนกัน ข้อดีของสาวพฤษภก็คือ เธอรู้ว่าเธอไม่อาจเปลี่ยนแปลงใครต่อใครรอบตัวได้ แต่เธอต้องยอมรับสิ่งที่เขาเป็นมากกว่า ถ้าหากเธอไม่ชอบใครซักคนหนึ่ง เธอจะไม่ยุ่งไม่ข้องเกี่ยว เผลอๆ อาจจะถึงขั้นไม่มองหน้าเลยทีเดียว แม้จะเก่งกล้าสามารถยังไง เธอก็ยังมีอารมณ์อ่อนไหว รักธรรมชาติ และเสียงเพลง เธอไม่ได้เป็นสาวขี้หึง แต่อย่าทำอะไรไม่ไว้หน้าก็แล้วกัน มีเรื่องแน่ๆ เป็นอีกคนที่ชอบตั้งความหวังไว้สูง พอผิดหวังก็จะรู้สึกแย่มากๆ
หนุ่มที่กำลังขายขนมจีบสาวราศีนี้ จำไว้เลยว่า เธอไม่ชอบผู้ชายปอนๆ ประเภทกางเกงยีนส์ 7 วันซักที เพราะเธอเองเป็นคนชอบแต่งตัว เป็นผู้หญิงที่ชอบผู้ชายฉลาดรู้ทันเธอ และที่พวกผู้ชายน่าจะชอบมากๆ ก็คือ เธอไม่ใช่ผู้หญิงขี้บ่น และไม่เชื่อเรื่องดวง
นิสัยสาวราศีพฤษ (16 พฤษภาคม – 15 มิถุนายน)

เทพเจ้าวีนัส เป็นเทพเจ้าที่มีอิทธิพลต่อคุณที่สุด คุณจึงเป็นคนที่มีความมั่นใจในรูปลักษณ์ของตัวคุณเอง หนุ่มๆ จึงมักจะทึ่งในความเป็นผู้หญิงทุกกระเบียดนิ้วของคุณ โดยเฉพาะรูปร่างที่ได้สัดส่วน คุณเป็นคนใจเย็นหนักแน่น คุณไม่ใส่ใจในของกำนัลของขวัญที่มีราคามากมายนัก แต่สนใจความน่าเชื่อถือ กละการพูดจาที่ตรงไปตรงมามากกว่า เธอจะไม่มอบหัวใจให้ชายหนุ่มคนใดโดยง่ายๆ แต่ถ้าเธอลองได้รักแล้ว ความรักของเธอจะมั่นคง และยาวนานเสียเกินจนสุดกำลัง





สาวเมถุน : สาวราศีนี้ส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิงมีเสน่ห์ กระฉับกระเฉง ฉลาดเฉลียว แลดูน่าสนใจ จะหยิบจับอะไรก็ดูคล่องแคล่วสมเป็นผู้หญิงเก่ง รักที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา บางครั้งเธอก็ช่างฝัน อ่อนหวาน เป็นสาว 2 บุคลิกตัวจริงเสียงจริง ด้วยความที่เธอมีความเป็นตัวของตัวเอง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีชายหนุ่มหลายต่อหลายคนรุม ตอม แต่เธอไม่ตกลงใจกับใครง่ายๆ หรอก คำว่า 'รัก' เป็นสิ่งพิเศษสำหรับเธอ
แต่ยังมีอะไรอื่นที่สำคัญกว่า ผู้หญิงอารมณ์หลากหลายคนนี้ จะทำให้หนุ่มๆ มึนงง ไม่รู้ว่าเธออยู่ในอารมณ์ไหนกันแน่ บางวันเธอก็ดูร่าเริง หัวเราะสนุกสนาน เฮฮา บางวันก็ดูเงียบๆ เหงาๆ เดาใจไม่ถูก แต่สาวราศีนี้จะเป็นสาวที่หนุ่มๆ หมายปอง เพราะเธอสามารถคุยกันคุณได้แทบทุกเรื่อง ตั้งแต่เรื่องการเมืองจนถึงเรื่องทะลึ่งติดเรต คุณไม่เคยเบื่อที่จะคุยกับเธอเลยล่ะ ถึงคุณจะอยู่ในวงเหล้า เธอก็เข้าร่วมก๊วนได้อย่างไม่น่าเกลียด
หนุ่มคนไหนที่ตกหลุมรักสาวราศีนี้ ต้องทำใจรับอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ของเธอให้ได้ ในขณะที่คุณอยู่ระหว่างการยื่นใบสมัคร เธอไม่ได้พิจารณาคุณคนเดียวนะ เพราะเธอยังเปิดโอกาสให้หนุ่มคนอื่นๆ ด้วย คุณไม่อาจหยุดให้เธออยู่นิ่งๆ เคียงข้างคุณได้ เธอต้องการเดินไปข้างหน้าอยู่ตลอดเวลา ถ้าคุณพร้อมจะเดินไปกับเธอ แต่ถ้าชวนเธออยู่เฉยๆ เธอจะปฏิเสธคุณในทันที และคุณจะถูกลืมเลือนไปจากใจในไม่ช้า เพราะนั่นไม่ใช่ตัวตนของสาวราศีนี้นั่นเอง

นิสัยสาวราศีเมถุน (16 มิถุนายน – 15 กรกฎาคม)

สำหรับสาวราศีเมถุนนั้น เธอชอบคนหนุ่มๆ ทีละหลายๆ คน และเธอชอบให้ความสัมพันธ์เป็นไปอย่างอ่อนหวานสบายๆ และส่งผลดีต่อความคิด คุณพยายามไม่เข้าถึงหนุ่มๆ ที่คุณคบด้วยความลึกซึ้งเกินไป เพราะคุณไม่ต้องการแบ่งปันปัญหาส่วนตัวกับใคร คุณไม่ชอบอารมณ์ที่รุนแรง แต่ชื่นชอบความหลากหลายและความตื่นเต้น และคุณไม่ชอบผูกมัดกับความสัมพันธ์ที่จะฉีกคุณจากการเข้างานสังคมที่คุณแสนชื่นชอบ อีกอย่างคุณเธอชอบมากๆ ในเรื่องเกี่ยวกับเซ็กส์ แต่กระนั้นก็ไม่ได้เห็นว่าเป็นเรื่องที่สำคัญจนเกินไปต่อความสัมพันธ์ เพราะจริงๆ แล้วคุณต้องการเพียงเพื่อนดีๆ สักคนที่เข้าใจและไม่วุ่นวายกับเรื่องชีวิตส่วนตัวมากเกินไปเท่านั้น


สาวกรกฏ : ผู้หญิงขี้อาย ที่พร้อมจะติดตามคุณไปทุกที่ ถ้าเธอรักคุณ และเธอจะเสียใจมั่กมาก ถ้าเธอรู้ว่า มีใครก็ตามแอบนินทาเธอ เพราะเธอเป็นพวกแคร์สังคมนั่นเอง สาวกรกฎบางคนที่ได้อิทธิพลจากราศีอื่นๆ มาบ้าง เธอดูเหมือนจะเป็นสาวใจกล้า แต่เชื่อเถอะ เธอไม่ถึงกับบ้าบิ่น ติดจะขี้กลัวด้วยซ้ำ ยังไง้ยังไง เธอก็ยังต้องการให้มีใครซักคนมาเป็นผู้นำเธออยู่ดี
เธอเป็นสาวเจ้าอารมณ์ ช่างอ่อนไหว เธอเชื่อว่า เงินบันดาลความสุขให้เธอได้ แต่ก็ไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างในชิวิต เพราะฉะนั้นเธอไม่สนหรอกว่า คุณจะยากดีมีจนแค่ไหน คุณกับเธอช่วยกันหา ช่วยกันเก็บได้ไม่ยาก สาวราศีนี้จะขี้หึง ถ้าเธอรักคุณเมื่อไหร่ คุณจะเป็นคนที่โชคดีมาก เพราะเธอพร้อมจะทำเพื่อคุณได้แทบทุกอย่าง แต่อย่าทำให้เธอโกรธล่ะ เพราะเธอพร้อมจะเดินไปจากคุณได้อย่างไม่เหลือเยื่อใย เหมือนกัน
หนุ่มคนไหน ต้องการจะจีบสาวราศีนี้ คุณต้องมั่นใจว่า มีความรักให้กับเธออย่างแท้จริง เพราะนอกจากเรื่องงานแล้ว เรื่องความรักเป็นเรื่องสำคัญสำหรับเธอ ไม่ว่าจะรักแบบไหน เพราะความรักทำให้เธอมี ความสุข แต่ถ้าคุณขี้รำคาญอย่าเลือกสาวราศีนี้ เพราะเธอจะตามติดคุณเป็นตังเมเลยล่ะ
นิสัยสาวราศีกรกฏ (16 กรกฎาคม– 15 สิงหาคม)

นิสัยของคุณดูเป็นคนที่มีจริตของผู้หญิงค่อนข้างมากกว่าทุกราศี คุณรู้ดีกว่าควรสวมบทบาทเช่นไรในความสัมพันธ์กับเรื่องบนเตียง แต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่าคุณเป็นฝ่ายจำยอม เพียงแต่คุณรู้จักการสวมบทบาทแบบหญิงสาว จนหนุ่มๆ หลงรัก หากคุณเป็นคนที่ค่อนข้างมีรสนิยมแบบหัวโบราณ ลึกๆ แล้วคุณมีความต้องการเกี้ยวพาราสีที่เหมาะสม เช่นการมองดอกกุหลาบสีสดใส และการจุมพิตเบาๆ ที่หน้าผาก หรือไม่ก็โทรศัพท์มาพูดคุยสานต่อความสัมพันธ์ ชายหนุ่มที่อยากพิชิตใจคุณต้องพยายามอย่างยิ่งที่จะทลายกำแพงที่คุณสร้างขึ้นมาปิดบังความรู้สึกของคุณ แต่ถ้าหากเมื่อไรคุณใจอ่อนแล้ว คุณก็พร้อมที่จะมอบทั้งกายและใจให้กับชายหนุ่มผู้นั้นได้เหมือนกัน


สาวสิงห์ : สาวผู้โดดเด่น สง่า ระเหิดระหง มาดมั่น มีความเป็นตัวของตัวเอง เสื้อผ้าต้องดูดี ไม่โหล เครื่องประดับจะต้องสวยแปลกไม่เหมือนใคร สาวสิงห์ชอบความเป็นผู้นำไม่ต่างจากหนุ่มสิงห์ โมโหร้ายไม่เบา เป็นพวกมีความจำเป็นเลิศ ชอบเก็บของเก่าๆ ที่มีค่ากับความทรงจำ
เธอชอบความสมบูรณ์แบบ ชอบคำชม แต่ไม่ชอบความจนถ้าเป็นไปได้ และทรัพย์ในกระเป๋าเอื้ออำนวย เธอชอบที่จะใช้ชีวิตหรูหรา เป็นสาวนักกีฬา เธอไม่ใช่สาวโรแมนติก ไม่ชอบอะไรที่หวานจนเลี่ยน เป็นคนใจกว้าง หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส แต่เธอจะระมัดระวังอย่างมากในการคบหาสมาคมกับคนแปลกห น้า กว่าคุณจะได้ใกล้ชิดกับสาวราศีนี้ ต้องใช้เวลานานพอควร กว่าเป็นจะยอมรับ
หากคุณหวังจะจีบสาวราศีสิงห์ คุณต้องมีความพร้อม โดยเฉพาะเรื่องฐานะและชาติตระกูล สาวราศีสิงห์แท้ๆ ทนไม่ได้กับความลำบากประเภทกัดก้อนเกลือกิน มาใช้กับเธอไม่ได้ อยากเอาใจเธอ ไม่จำเป็นต้องซื้อของแพง แต่ของกำนัลที่คุณจะให้กับเธอ ควรจะดูดี แปลกตาไม่เหมือนใคร แค่นี้ก็ถูกใจเธอแล้ว แต่ขอเตือน นัดครั้งแรกกับสาวราศีสิงห์ คุณควรพาเธอไปดินเนอร์ในร้านอาหารหรูๆ หน่อย อย่าพาไปกินข้าวแกงข้างทางเด็ดขาด เราเตือนคุณแล้ว...
นิสัยสาวราศีสิงห์ (16 สิงหาคม – 15 กันยายน)

หนุ่มๆ สนใจคุณกันเพียบ เพราะว่าด้วยความโดดเด่นของคุณ คุณต้องการให้คนที่มาจีบคุณเทิดทูน บูชาคุณราวกับเป็นเทพธิดา คุณต้องการของขวัญหรือว่าของตอบแทนจากคนรัก คุณคือราชินีแห่งจักรราศี ดังนั้นคุณจึงต้องการเป็นที่หนึ่งในใจคนรักเสมอ ถึงคุณจะเรียกร้องค่อนข้างมาก แต่คุณก็เป็นผู้ให้ที่ดีเช่นกัน เมื่ออยู่ในห้วงรักของคุณพร้อมจะทำให้ชายหนุ่มของคุณมีความสุข คุณไม่เคยอยู่อย่างโดดเดี่ยวไร้คู่ แลบะคุณต้องการดูแลเอาใจใส่ค่อนข้างมาก


สาวกันย์ : มองแล้วสาวราศีนี้จะดูหยิ่งๆ เดินไปไหนมาไหน คอจะเชิดตลอด เป็นสาวที่พูดจาตรงไป ตรงมา เป็นคนแคล่วคล่อง ว่องไว ทำอะไรเร็ว และก็ไม่ได้น้อยหน้าหนุ่มกันย์เลย ในเรื่องของความสมบูรณ์แบบ เธอจะละเอียดอ่อน มากในเรื่องของการแต่งตัว เสื้อผ้า ผมเผ้า ต้องดูดีตลอดเวลา เป็นสาวที่ ฉลาดเฉลียว แต่มักจะท้อใจเสมอเวลาเจอกับอุปสรรค
สาวกันย์จะรับไม่ได้เลยกับพวกที่ทำตัวหยาบคาย หรือการพูดคำหยาบ แต่เธอจะปลื้มกับหนุ่มที่ดูสุภาพมากๆ เป็นสาวที่มีความจำดี เก็บความลับเก่ง ด้วยความที่เป็นคนชอบความสมบูรณ์แบบ ทำให้เธอจะใช้ความพิถีพิถันอย่างมากในการเลือกซื้อสิ ่งของ เครื่องใช้ส่วนตัว อย่าแปลกใจ เพราะสาวกันย์จะใช้เวลาในการเลือกเฟ้นข้าวของเครื่อง ใช้นานมาก
เธอเป็นสาวขี้อาย แต่ใจแข็งไม่น้อย ไม่ว่าจะอยู่ในอารมณ์เศร้าขนาดไหน คุณจะไม่ค่อยได้เห็นน้ำตาของสาวกันย์ซักเท่าไหร่ เธอชอบคำพูดหวานๆ จากคนรอบข้าง แต่ตัวเธอเองกลับใช้คำพูดที่ไม่น่าฟังนักกับคนที่เธอ ไม่ชอบ เวลาทำงานเธอจะจริงจัง และหวังผลสูง เพราะฉะนั้นเธอจึงเครียดง่าย
ถ้าคุณคิดจะจีบสาวกันย์ ก็ต้องตรงเวลา ทำตัวให้สุภาพที่สุด อย่าทำกริยาหยาบคายเด็ดขาด คุณต้องฉลาดทันคนเหมือน กับเธอ แต่งกายสะอาด ให้เกียรติผู้หญิง ถ้าเธองอน คุณจะต้องมีของกำนัลมาขอโทษ ดอกไม้ช่อใหญ่ หรืออาหารค่ำแสนโรแมนติก จะทำให้เธอหายโกรธ เธอชอบให้คนเอาใจและห่วงใยเธอ
นิสัยสาวราศีกันย์ (16 กันยายน – 15 ตุลาคม)

สาวราศีกันย์เป็นคนที่รักบ้าน และชอบทำให้บ้านแลดูน่าอยู่น่าอาศัยอยู่เสมอ และเป็นคนที่ชอบทำให้คนที่มารักด้วยมีความมั่นใจ ความกลัวของคุณจะหายวับไปทันทีทันใดเมื่อคุณเตรียมพร้อมที่จะป้อนความโรแมนติกให้ถึงบนเตียง


สาวตุลย์ : สาวราศีนี้ส่วนใหญ่ จะเป็นคนที่มีผิวพรรณสวยงามรักความงาม ชอบในเรื่องเกี่ยวกับความสวยความงาม และหน้าตามักจะดูอ่อนกว่าอายุจริง ผู้หญิงราศีนี้จะดูดี ไม่ว่าจะอยู่ในเสื้อผ้าสไตล์ไหน มีความคิดว่าผู้หญิงกับผู้ชายเท่าเทียมกัน เธอจะชอบมากถ้าได้มีการแสดงความคิดเห็น หรือถกเถียง ปัญหาต่างๆ เธอเป็นคนมีเหตุผล แต่เวลาที่ต้องตัดสินใจ เธอมักจะเจอปัญหาเสมอ
สาวตุลย์มักจะแคร์ความคิด หรือความรู้สึกของคนอื่นๆ รอบตัว แต่เธอกับเป็นคนปรับตัวเข้ากับคนอื่นๆ หรือสภาพแวดล้อมใหม่ๆ ได้ดี เป็นสาวที่ชอบทำงานเป็นทีม ชอบให้คำปรึกษา สาวตุลย์ไม่ชอบยุ่งเรื่องส่วนตัวของใคร และแม้เธอจะมีเรื่องสารพัดให้จัดการในแต่ละวัน ถ้าเธอรักคุณ เธอจะมีเวลาแสดงให้คุณรับรู้ได้ว่าเธอเป็นห่วง และแคร์คุณ เป็นคนตรงไปตรงมา ถ้าเธอโกรธ คุณจะรู้ทันที ทั้งจากแววตา สีหน้าที่เปลี่ยนไปในทันที แต่เธอไม่ชอบการด่าทอ หรือตะโกนใส่กันด้วยอารมณ์
หากหนุ่มๆ ผู้อ่านคนใด กำลังคิดจะจีบสาวตุลย์อยู่ล่ะก็ เธอชอบคนสะอาด สุภาพ อ่อนโยน และเป็นสุภาพบุรุษ ถ้าคุณเป็นผู้ชายเซอร์ๆ ก็ต้องดูสะอาดตา ไม่ใช่ผมเผ้ารกรุงรัง เธอรับไม่ได้ แต่ถ้าอยากจะใกล้ชิดสาวราศีนี้ อย่าบุ่มบ่าม ทางที่ดีควรอาศัยเพื่อนฝูงแนะนำให้รู้จัก เพื่อใกล้ชิดเธอมากขึ้นจะดีกว่า เธอเป็นคนฉลาด อย่าอวดรู้หรือทำให้เธอรู้สึกว่า เธอโง่กว่าคุณ และคุณก็จะได้ใจสาวตุลย์มาครอบครองได้ไม่ยาก
นิสัยสาวราศีตุลย์ (16 ตุลาคม – 15 พฤศจิกายน)

คุณเป็นผู้หญิงที่มีอารมณ์ของความเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างสูง แถมยังโชคดีในเรื่องความรักเสียด้วย ความเป็นผู้หญิงและความรักสวยรักงามของคุณคือเสน่ห์ที่ยากจะต้านทาน คุณคิดว่าชีวิตที่ปราศจากความรักคือชีวิตที่ว่างเปล่ามาก คุณจึงมักมองหาคนที่ใช่เพื่อมาร่วมทุกข์ร่วมสุข อยู่เสมอ คุณไม่เคยเหนื่อยในการมองหา แถมยังมีความสุขกับการมีความสัมพันธ์ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้เจอคนที่ใช่อีกด้วย


สาวพิจิก : ผู้หญิงที่ตรงไปตรงมา ไม่เสแสร้ง ไม่ต้องเดาเลยว่าเธอคิดอะไร หรืออยู่ในอารมณ์ไหน เพราะเธอจะแสดงออกมาให้คุณรู้เอง เป็นสาวที่มีความมั่นใจในตัวเองสูง มีเสน่ห์แบบลึกลับน่าค้นหา มีความภาคภูมิใจในตัวเอง อย่าหวังว่าสาวราศีนี้จะเป็นแม่บ้าน เพราะเธอชอบที่จะทำงานนอกบ้านมากกว่ามานั่งทำอาหาร หรือทำความสะอาดบ้านเรือน ดูภายนอกเธออาจจะดูนุ่มนิ่ม เป็นผู้หญิงแต่ภายในลึกๆ แล้วไม่ได้เป็นแบบนั้น 
เธอชอบที่จะกุมอำนาจ และสามารถสั่งคนอื่นๆ รอบตัวเธอได้ ถ้าคุณคิดว่า เธอจะทำทุกอย่างให้คุณ หรือตามที่คุณสั่ง เพราะว่าเธอตกหลุมรักคุณล่ะก็ คุณกำลังหวังมากเกินไป อย่าหวังว่า คารมของคุณจะหว่านล้อมสาวคนนี้ได้ ไม่มีทางเสียล่ะ เพราะเธอจะรู้ทันคุณไปเสียหมด เป็นสาวขี้โมโห ขี้ระแวง อาจมีลงไม้ลงมือบ้าง ถ้าคุณมีแฟนราศีนี้หลบจานบินให้ทันก็แล้วกัน เธอชอบความหรูหรา ความมีหน้ามีตา และชอบที่จะใช้เงิน 
คุณผู้ชายที่อยากจะค้นหาความลึกลับของสาวพิจิก คุณต้องพยายามทำให้เธอนับถือคุณให้ได้ สาวราศีนี้ชอบ ผู้ชายหน้าตาดี แข็งแรง สุขภาพดี ผู้ชายที่เธอสนใจ จะต้องเป็นพวกเรียนสูง ฐานะมั่นคง สำหรับสาวราศีนี้ ถ้าเธอรักเธอก็จะรัก เกลียดก็เกลียด เธอให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์มากกว่าความถูกผิด หากคุณคิดจะนัดกับสาวราศีนี้ คุณควรเตรียมการณ์ให้ดีๆ และอย่าไปสายในนัดครั้งแรก เพราะเธออาจจะเอาคืนในนัดครั้งต่อไปก็เป็นได้ 
นิสัยสาวราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน – 15 ธันวาคม )


เพราะว่าคุณคือสาวเสน่ห์แรง ลึกลับ น่าค้นหา และหนุ่มๆ ต่างให้ความสนใจถึงปริศนาในตัวของคุณและอยากที่จะสัมผัสตัวตนที่แท้จริง ถึงคุณจะไม่ใช่คนเย็นชาแต่คุณก็ไม่ชอบที่จะเปิดเผยให้คนอื่นรู้จัก เพราะว่าคุณรู้ว่าคุณจะรู้สึกมีพลังก็ต่อเมื่อคุณได้เป็นฝ่ายควบคุมสถานการณ์ แล้วให้คนอื่นเดาสถานการณ์เอาเอง คุณจึงรับมือได้ดีกับเรื่องรักในรูปแบบแปลกๆ เช่น รักสามเส้า เรื่องเซ็กส์ แบบโลดโผน และรักต้องห้าม คุณชอบความตื่นเต้นท้าทายเมื่อพบคนที่ใช่ คุณจะคบเขาจนกว่าจะเลิกรากันไปข้างหนึ่ง คุณพร้อมจะอดทนที่แม้จะต้องมีช่วงที่จะทะเลาะกันมากกว่าช่วงหวานชื่นก็ตาม คุณเป็นคนที่ทั้งหึงและน่ารักในเวลาเดียวกันด้วย







สาวธนู : หนึ่งในสาวที่ดูเหมือนเป็นพวกสวยเริดเชิดหยิ่ง เพราะทุกย่างก้าวของเธอจะดูสง่างาม สาวราศีนี้จะรู้จักการแต่งตัว แต่งหน้าให้ตัวเองดูดี ชอบเสื้อผ้า อาหารดีๆ เธอจึงขยันหาเงิน เพื่อแสวงหาสิ่งดีๆ ที่เธอต้องการ เป็นสาวที่มองโลกในแง่ดี คุณจะไม่ค่อยเห็นสาวราศีนี้อารมณ์เสียซักเท่าไหร่ แม้จะมีบ้าง แต่ก็น้อยเต็มที เธอเป็นสาวที่มีความมั่นใจ เธอจะไม่ตามแฟชั่นแบบสุดๆ เหมือนหนุ่มธนู แต่เธอจะชอบความเรียบง่ายแต่ดูดี เป็นสาวที่ชอบความตรงไปตรงมา ซื่อสัตย์ และจริงใจ แม้บางครั้งเธอจะดูเป็นสาวห้าวไปบ้างก็ตาม เป็นสาวที่รักอิสระ ไม่ชอบให้ใครมานั่งบงการ หรือสั่งเธอให้ทำโน่นทำนี่เป็นผู้หญิงที่ไม่ไร้สาระ แต่ถึงแม้จะดูเป็นสาวมั่น แต่บางครั้งเธอก็ซุ่มซ่ามเป็นเหมือนกัน เธอเป็นพวกชอบเล่นกีฬา และอย่าแปลกใจถ้าเธอจะมีเพื่อนผู้ชายมากกว่าเพื่อนผู ้หญิง พวกชอบนินทาทำอะไรสาวราศีนี้ไม่ได้หรอก เพราะเธอไม่เคยใส่ใจเลย 
คุณหนุ่มๆที่หวังขายขนมจีบสาวราศีนี้ คุณจะต้องทำให้เธอยอมรับเธอไม่ชอบผู้ชายอ่อนแอ แต่ชอบผู้ชาย ที่มีความเป็นตัวของตัวเอง คุณต้องพยายามยอมรับให้ได้ว่าเธอเป็นผู้หญิงที่พูดจา ตรงไปตรงมา หวานไม่เป็น ถ้าคุณอยากได้สาวที่พูดจา จ๊ะจ๋า พี่คะ พี่ขาแล้วล่ะก็ คุณควรจะไปจีบสาวราศีอื่นมากกว่า เรื่องความรักสำหรับเธอไม่ใช่เรื่องที่ควรซีเรียส แต่สำหรับเรื่องแต่งงานเธอกลับมีความคิดว่า มันจะทำให้เธอหมดอิสรภาพเลยทีเดียว ถ้าคิดจะคบกับสาวราศีนี้ง่ายนิดเดียว แค่ตรงไปตรงมากับเธอ อย่าใช้เล่ห์เหลี่ยม แค่นี้เธอก็พร้อมจะคบหาสมาคม
นิสัยสาวราศีธนู (16 ธันวาคม– 15 มกราคม)


คุณออกจะเป็นทอมหรือมีการวางตัวนิ่งๆ หรือห้าวๆ สักหน่อย คุณเป็นสาวที่สง่ายผ่าเผยเป็นอย่างยิ่ง และคุณก็เป็นนักผจญภัยตัวยงเลยทีเดียวเชียวแหละ รักความเป็นอิสระ จนไม่ค่อยที่จะใส่ใจเรื่องชีวิตคู่มากนัก คุณชอบชายหนุ่มที่รักการท่องเที่ยวเหมือนคุณยิ่งถ้าเป็นชาวต่างชาติสะพายเป้เดินเที่ยวยิ่งดีกันไปใหญ่ คุณไม่ชอบผู้ชายที่หวังให้คุณเป็นแม่ศรีเรือนเสียอย่างเดียว คุณมักเริ่มความสัมพันธ์ด้วยความหวัง ความตั้งใจและอารมณ์ขัน แต่บ่อยครั้งที่คุณผิดหวังเนื่องจากคู่รักของคุณขาดความซื่อสัตย์ แต่คุณก็ทำใจได้เร็วเพราะว่าคุณเป็นคนที่มองโลกในแง่ดี และพร้อมที่จะเริ่มการผจญภัยใหม่ๆ เสมอ

ที่มา:  Horoworld 

กดถูกใจ (Like) ​ติดตามข่าวสารจาก มงคล