WHAT'S NEW?
Loading...




   สตรีวัย 62 ปี ป่วยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ไม่สามารถเข้ารับการผ่าตัดได้ เนื่องจากสภาพหัวใจไม่เอื้ออำนวยคณะแพทย์จึงแนะนำให้ดื่มสารสกัดมะละกอชนิดเข้มข้น

   ครั้นเวลาผ่านไป 5 - 6 วัน อาการปวดของเธอบรรเทาลง 3 เดือนต่อมา อาการท้องอืดและอาการอาเจียนของเธอก็หยุดลง และเมื่อดื่มครบ 1 ปี เนื้องอกก็แทบไม่เหลือร่องรอยให้ตรวจพบอีกเลย

   สำหรับการทำใบมะละกอสกัด ก็ไม่ยุ่งยากเพียงคัดใบมะละกอที่มีขนาดปานกลางไม่อ่อนและแก่เกินไปประมาณ 7 ใบนำมาล้างให้สะอาดแล้วนำไปตากแห้งพอหมาดๆแล้วนำมาหั่น เป็นฝอยๆ

   จากนั้นนำไปวางในกระทะแล้วเติมน้ำลงไปประมาณ 2 ลิตร ต้มให้เดือดโดยตั้งไฟอ่อนๆ ไม่ต้องปิดฝาต้มจนน้ำในกระทะเหลือเพียงครึ่งเดียว




   แล้วนำมากรองเอาน้ำใส่ขวดปิดฝาให้สนิท เก็บไว้ในตู้เย็นได้นาน 3-4 วัน หากสีเริ่มขุ่นข้นแสดงว่าใช้ไม่ได้แล้ว ปริมาณการใช้ 3 ช้อนโต๊ะ วันละ 3 ครั้ง จะดื่มโดยลำพัง หรือผสมน้ำผลไม้ก็ได้

กดถูกใจ (Like) ​ติดตามข่าวสารจาก มงคล


วิธีการ…เพิ่มบุญให้เทวดา ที่อยู่ใกล้เรา (1 แชร์ เท่ากับ 1 ธรรมทาน)

คนทั่วไปมักจะคำนึงถึง เทวดา หรือ เทพชั้นผู้ใหญ่ เช่น ท้าวเวสสุวัณ พระอินทร์ พระพิฆเนศวร พระอิศวร พระอุมา เป็นต้น
โดยลืมว่า ยังมีเทพ เทวา อีกบางส่วนที่อาศัย อยู่กับเราตลอด อีกทั้งคอยช่วยเหลือเราแทบทุกเวลา




ศาสตร์เหล่านี้คนโบราณ จะไม่ละเลย เเละใส่ใจปฏิบัติเป็นอย่างมาก มักจะเก็บดอกไม้สีขาว จำพวกดอกพุด ทำเป็นขันห้า บูชาที่หัวเตียง เสมอไม่เคยขาดทุกวันพระ

ความเชื่อโบราณที่ว่า บูชาของรักษา ของรักษาก็หมายถึงเทวดาที่รักษาเรานั่นเอง ท่านจะคอยดูแล เตือนภัยต่างๆให้ เทวดาที่เกี่ยวเนื่องกับคนมากที่สุด เช่น เทวดาประจำตัว เทวดารักษาวัตถุ สิ่งของ เช่น รักษาพระเครื่อง วัตถุมงคล ที่เราใช้ เทวดารักษาสถานที่ เช่น รักษาบ้านเรือน หรือเรียกว่าผีบ้านผีเรือนนั่นเอง พระภูมิเจ้าที่ เป็นต้น
วิธีการปฏิบัติ ดูแล หรือเพิ่มอิทธิฤทธิ์ให้เทวดา

1. เราควรไหว้เทวดาประจำตัวด้วยบายศรีปากชามในวันเกิดของเรา อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

2.ควรซื้อพวงมาลัย ไหว้หัวเตียงที่เรานอน ทุกวันพระ หรือเก็บดอกไม้ ใส่พานไว้หัวเตียง เพื่อเป็นการสักการะเทวดาที่รักษาเวลาเรานอน และบูชาเทวดาประจำตัวเรา เชื่อว่า หากมีเรื่องร้ายเทวดาจะมานิมิตบอกทันที และจะฝันแม่นมาก




3.หาโอกาสทำบุญสังฆทาน ผ้าป่า กฐิน บุญใหญ่ๆ เช่น หล่อพระพุทธรูป บุญสร้างสะพาน สร้างสาธารณะกุศลที่คนได้ใช้มากๆ แล้วอุทิศกุศลให้เทวดา แล้วเทวดาเหล่านี้จะมีฤทธิ์มากขึ้นเรื่อยๆ จะช่วยดูแลเราได้มากขึ้น

คนสมัยใหม่ มักจะทำไม่เป็น ไม่คุ้นกับวิธีการ ลองทำดู พิสูจน์ดู เป็นความเชื่อที่หากใครปฏิบัติถูกต้องมักจะร่มเย็นเป็นสุข


ที่มา : KHAOBOX 

กดถูกใจ (Like) ​ติดตามข่าวสารจาก มงคล


อธิษฐานหน้าพระพุทธรูป หรือสวดก่อนนอนก็ได้


(นะโม 3 จบ) “ สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต
อุกาสะ ทะวารัตตะเยนะ กะตัง
สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต
อุกาสะ ขะมามิ ภันเต “




หากข้าพเจ้า จงใจหรือประมาทพลาดพลั้งล่วงเกิน บิดา-มารดา
ครูบาอาจารย์พระพุทธ พระธรรม
พระอรหันต์ทุกพระองค์ พระอริยสงฆ์เจ้า ตลอดจนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย
รวมถึงผู้มีพระคุณ และท่านเจ้ากรรมนายเวร จะด้วย กายวาจา ใจ ก็ดี
ขอได้โปรดอโหสิกรรมแก่ข้าพเจ้าด้วย

หากข้าพเจ้ามีเจ้าของในตัวติดตามมาขออนุญาตมีคู่
มีครอบครัวได้เหมือนคนปกติทั่วไป
ขอถอนคำอธิษฐานคำสาบานที่จะติดตามคู่ในอดีต
ขอให้ต่างฝ่ายต่างเป็นอิสระต่อกัน
ข้าพเจ้าจะประพฤติตนในทางที่ถูกที่ชอบที่ควร
ขอบุญบารมีในอดีตกาลที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน
จงส่งผลให้ข้าพเจ้าและครอบครัวตลอดจนบริวารที่เกี่ยวข้องจงเจริญด้วย
อายุ วรรณะ สุขะ พละลาภ ยศ สุข สรรเสริญ สติปัญญา ปฏิภาณ ธนสารสมบัติ
อุปสรรคใดๆ โรคภัยใดๆ ขอให้มลายสิ้นไป ขอให้ข้าพเจ้ามีความสว่างทั้งทางโลก ทางธรรม
ตั้งแต่บัดนี้ตราบเข้าสู่พระนิพพานเทอญ

หากมีผู้ใดเคยสร้างเวรสร้างกรรมกับข้าพเจ้า
ไม่ว่าจะชาติใดภพใดก็ตาม ข้าพเจ้ายินดีอโหสิกรรมให้ ขอถอนความพยาบาท
ความอาฆาตและคำสาปแช่งในทุกชาติ ทุกภพ
ขอให้ข้าพเจ้าพ้นจากคำสาปแช่งของปวงชนของเจ้ากรรมนายเวร
ขอให้พ้นนรกภูมิ พบแสงสว่างทั้งทางโลก ทางธรรม เทอญ …


“คนเราเกิดมาหลายภพชาติ ต่างมีเจ้ากรรมนายเวรของตนต่างกัน
การสวดขอขมาเพื่อลดและปลดหนี้กรรมให้เบาบางน้อยลง "

เราต้องการสิ่งใด มีอุดมคติมุ่งมั่นในสิ่งใด ขอให้ระลึกถึงสิ่งนั้นและอธิษฐานจิตก่อนนอน เมื่อเรานอนหลับไป
จิตใต้สำนึกจะซึมซับเอาความปรารถนานั้นไว้ และพิจารณาหาทางให้เราประสบความสำเร็จ

เมื่อเราตื่นขึ้นตอนเช้า ขอให้เราคิดว่าเป็นชาติใหม่ของเรา
ขอให้คิดไปในทางที่ดี สร้างจินตภาพในเรื่องความสุขความสำเร็จ
เราจะได้มีพลังจิตที่เข้มแข็งไปในทางบวกและทำหน้าที่ที่มาถึงให้ดีที่สุด




จิตที่เต็มไปด้วยธรรมะ เป็นจิตที่มีความสร้างสรรค์มากเพราะไม่มีอะไรบกพร่อง
พร้อมที่จะช่วยคนอื่นได้ โดยไม่หวังอะไรตอบแทน เขาจะรักหรือไม่รัก เรื่องของเขา แต่เราจะให้

ก่อนนอนทุกคืน เราควรตั้งใจให้อภัยทุกสิ่งทุกอย่างและแก่ทุกคน ทำเสมือนหนึ่งว่า เราจะไม่ตื่นขึ้นมาอีก
ความตั้งใจอย่างนี้ ทำให้ใจของเราสงบและเราจะหลับไปอย่างเป็นสุข ตื่นขึ้นพร้อมด้วยความสดชื่นแจ่มใส
ขอจงท่องจำไว้ว่า เมื่อใดใจของเราผูกเวร เมื่อนั้นมองไปทางใดก็พบแต่ศัตรู
แต่เมื่อใดใจของเรามีเมตตา มองไปทางใดก็เจอแต่มิตรไมตรี

ถ้าท่านเห็นว่าเป็นบทความนี้มีเนื้อหาดี
ก็กรุณาร่วมด้วยช่วยกันส่งต่อความดีด้วยเผยแพร่พระธรรมเป็นธรรมทานต่อๆกันไปด้วยครับ

ที่มา ShareSi

กดถูกใจ (Like) ​ติดตามข่าวสารจาก มงคล


1.เส้นสมรสอยู่ใกล้เส้นจิตใจมาก เจ้าของลายมือมีโอกาสแต่งงานเร็วกว่าเพื่อนคนอื่นๆ ในวัยเดียวกัน


2. หากเส้นสมรสบนฝ่ามือของใครอยู่ไกลจากเส้นจิตใจมาก (อยู่ใกล้โคนนิ้วก้อย) ทำนายได้เลยว่ามีโอกาสแต่งงานได้ช้า ตามตำราหัตถศาสตร์ท่านแบ่งระยะความชัดเจนหรือความเด่นของเส้นสมรสดังนี้ 1. บนฝ่ามือผู้หญิง เส้นสมรสจะเด่นชัดประมาณอายุ 23-25 ปี 2. บนฝ่ามือผู้ชาย เส้นสมรสจะเด่นชัดประมาณอายุ 25-28 ปี

3. ปกติเส้นสมรสจะมีเพียง 2-3 เส้นเท่านั้น หากมีเส้นสมรสมากตั้งแต่ 4 เส้นขึ้นไป ถือว่าผิดปกติในเรื่องของชีวิตคู่หรือชีวิตการสมรส เพราะทำให้ชีวิตคู่วุ่นวาย ทำให้เกิดการหย่าร้าง หรือการแต่งงานหลายครั้ง มีเรื่องเสียหายในทางเพศผิดทำนองคลองธรรม




4. หากเส้นสมรสมี 2 เส้น มีความยาวเท่ากันแต่อยู่ไม่ใกล้ชิดกันนัก หมายถึงจะมีการแต่งงาน 2 ครั้ง แต่เป็นการแต่งงานที่ประสบความสำเร็จและมีความสุขในชีวิตคู่

5. เส้นสมรสมี 2 เส้น ความยาวของเส้นทั้งสองเท่ากัน และอยู่ใกล้ชิดกันมาก บ่งบอกว่าจะมีบุคคลที่สามหรือมือที่สามเข้ามาแทรกทั้งก่อนแต่งงานและหลัง แต่งงานในชีวิตของเจ้าของลายมือ

6. หากบนฝ่ามือเกิดเส้นสมรสขึ้น 3 เส้น แต่เส้นกลางมีความยาวมากกว่าเส้นอื่นๆ พยากรณ์ได้เลยว่าเจ้าของลายมือนั้นจะได้คู่ครองที่ดี จะมีความสุขในชีวิตคู่ รักใคร่กันดี

7. ถ้ามีเส้นสมรสเกิดขึ้นเพียงเส้นเดียวเท่านั้น แต่มีความชัดเจนมาก พยากรณ์ได้เลยว่าชีวิตคู่ของคนนั้นจะอยู่กันจนแก่เฒ่า เพราะเป็นเนื้อคู่ที่แท้จริง จะอยู่ด้วยกันจนถือไม้ท้าวยอดทองกระบองยอดเพชร

8. หากเส้นสมรสมีเพียงเส้นเดียวและดูลางเลือนไม่ชัดเจน หากไม่สังเกตแทบมองไม่เห็นเส้นสมรสเลย หมายถึงชีวิตการแต่งงานเป็นไปอย่างธรรมดา บางครั้งจืดชืดไม่มีชีวิตชีวาเลย แต่ก็ไม่ถึงกับเบื่อหน่ายและหย่าร้างกัน สามารถครองคู่กันไปจนแก่เฒ่าได้

9. เส้นสมรสที่ขาดตอนหรือเป็นเส้นปะ เป็นเส้นสมรสที่ไม่สมบูรณ์ บ่งบอกถึงการแต่งงานหรือชีวิตคู่ที่ไม่ยั่งยืนหรือไม่มั่นคง ทำนายว่าจะมีการหย่าร้างหรือเลิกรากันภายหลังแต่งงาน สาเหตุมาจากความไม่เข้าใจกัน หรือไม่สามารถปรับตัวเข้าหากันได้ ทำให้ต้องเลิกรากันในที่สุด

10. เส้นสมรสยาวไปจนชนเส้นในเนินอาทิตย์เช่นนี้ บ่งบอกถึงการแต่งงานกับคนที่ร่ำรวยมีตำแหน่งหน้าที่การงานดีและชีวิตหลังแต่งงานจะมีแต่ความสุข แต่ถ้าเส้นสมรสยาวไปจนชนเส้นในเนินอาทิตย์เช่นนี้ ภายหลังแต่งงานไปแล้วจะมีเหตุทำให้เสียชื่อเสียงในตำแหน่งหน้าที่ทำงาน อาจถึงขั้นเปลี่ยนงานใหม่ หรือย้ายที่ทำงานใหม่

11.  เส้นสมรสมีปลายโค้งลงไปหาเส้นจิตใจ ทำนายว่าชีวิตหลังแต่งงานมักมีเหตุให้ขัดแย้งกัน ไม่สามารถปรับตัวเข้าหากันได้ ต่างฝ่ายต่างมีเหตุผลที่แตกต่างกัน จะมีเหตุให้ชีวิตคู่พรากจากกันไป หรือมีเหตุทำให้หย่าร้างกัน




12. หากเส้นสมรสของใครมีการโค้งลงไปจนไปชนเส้นจิตใจหรือตัดผ่านเส้นจิตใจ ทำนายว่า คู่ครองของคนนั้นจะต้องตายจากไปก่อน เหตุการณ์จะเกิดขึ้นเร็วหรือช้าให้สังเกตดูตำแหน่งของเส้นสมรสว่าเกิดใกล้หรือไกลเส้นจิตใจ หากเส้นสมรสอยู่ใกล้เส้นจิตใจเหตุการณ์ก็จะเกิดเร็ว แต่ถ้าเส้นสมรสอยู่ห่างจากเส้นจิตใจเหตุการณ์ตายจากกันก็จะเกิดขึ้นช้า

13.  หากที่เส้นสมรสเกิดมีเส้นตั้งฉากทิ่มลงตรงลงไปยังเส้นจิตใจ ท่านอาจารย์ผู้ชำนาญในด้านหัตถศาสตร์พยากรณ์ไว้ว่า 'คู่ครองของผู้นั้นจะตายจากกันไปเพราะอุบัติเหตุโดยไม่คาดฝัน'

14. หากใครมีเส้นสมรสยาวโค้งขึ้นไป บ่งบอกถึงคนๆ นั้นมักจินตนาการหรือตั้งความหวังในเรื่องความรักชีวิตคู่ไว้สูงมาก เป็นคนไม่ตัดสินใจหรือตกลงปลงใจกับใครง่ายๆ จนอาจทำให้สายเกินไป (ขึ้นคาน) ไม่มีโอกาสได้แต่งงานใช้ชีวิตคู่กับเขา มักอยู่ครองโสดไปตลอดชีวิต

 ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก  chillpainai

กดถูกใจ (Like) ​ติดตามข่าวสารจาก มงคล


   บทสวดมนต์ก่อนนอน สำหรับฝึกจิต สร้างสมาธิ ก่อนนอน แนะนำ อ่าน บทสวดมนต์ก่อนนอนที่ถูกต้อง บทสวดมนต์ก่อนนอนสั้น ๆ สร้างสมาธิ เพื่อจิตใจที่ผ่องใสก่อนนอน

   บทสวดมนต์ไม่ว่าบทใดก็มีอานุภาพในตัวเองมากมายหลายประการ นอกจากจะสอดแทรกแง่คิดดี ๆ ในการดำรงชีวิตแล้ว หากผู้สวดสามารถตั้งจิตให้จดจ่อแน่วได้ การกระทำดังกล่าวย่อมส่งผลดีในเรื่องของสมาธิ ปัญญา ที่ช่วยให้ผู้สวดสามารถพิจารณาเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างละเอียดรอบคอบและใจเย็นมากยิ่งขึ้น




   สำหรับผู้ที่กำลังมองหาบทสวดมนต์ก่อนนอน วันนี้เรามีข้อมูลมาฝากแล้วค่ะ ถ้าพร้อมแล้วไปเริ่มกันเลยนะคะ ก่อนอื่นใช้สองมือประนมแล้วทำจิตให้สงบ จากนั้นให้ระลึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงค์ หรือตั้งจิตตามแต่บทสวดมนต์ ดังนี้

บทสวดมนต์ก่อนนอน

อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ (กราบ 1 ครั้ง)
สะวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม ธัมมัง นะมัสสามิ (กราบ 1 ครั้ง)
สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สังฆัง นะมามิ (กราบ 1 ครั้ง)
พุทธะบูชา มะหาเตชะวันโต
ข้าพเจ้าขอบูชาพระพุทธ ขอให้ข้าพเจ้ามีเดชเดชะ
ธัมมะบูชา มะหาปัญญะวันโต
ข้าพเจ้าขอบูชาพระธรรม ขอให้ข้าพเจ้ามีปัญญาอันยิ่งใหญ่
สังฆะบูชา มะหาโภคะวะโห
ข้าพเจ้าขอบูชาพระสงฆ์ ขอให้ข้าพเจ้าอุดมด้วยอริยสมบัติ
ติโลกะนาถัง ระตะนัตตะยัง อะภิปูชะยามิ
ข้าพเจ้าขอบูชาพระรัตนตรัย ซึ่งเป็นที่พึ่งของโลกทั้งสาม (31 ภพภูมิ)
วันทามิเจติยัง สัพพัง สัพพัฏฐาเน สุปติฏฐิตัง สารีริกะธาตุ
ขอบูชากราบไหว้พระสถูปซึ่งประดิษฐานพระบรมสารีริกะธาตุตามที่ต่าง ๆ
มะหาโพธิง ชินะโยจะ พุทธะรูปัง สะกะลังสะทา
ขอบูชากราบไหว้พระพุทธรูปทุกพระองค์และต้นพระศรีมหาโพธิ์ซึ่งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้
บทสวดมนต์บูชาพระภูมิเจ้าที่
ทิสาทิโส เอหิภูมิโม อมมะภูมิมา อาคัจฉันตุ
ข้าพเจ้าขอสักการะบูชาพระภูมิเจ้าที่พระแม่ธรณีและพระแม่คงคา ทุกทิศทุกทางทั่วสากลภิภพ
บทสวดมนต์ผูกมิตรกับมนุษย์ เทวดา และสัตว์ทั้งปวง
มนุสสานัง สะหะยัง ปิโยเทวา สีหะราชา เอหิจิตตัง ปิยังมะมะ
ขอมนุษย์ทั้งหลายองค์เทพเทวาทั้งหลาย สัตว์ใหญ่น้อยทั้งหลายจงมีจิตที่เป็นมิตรสามัคคีกับข้าพเจ้าด้วยเทอญ
บทสวดมนต์แผ่เมตตาให้สรรพสัตว์ทุกเวลาทุกสถานที่
สัพเพ สัตตา อะเวรา โหนตุ
สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย จงอย่ามีเวรซึ่งกันและกันเลย
สุขี โหนตุ
จงเป็นสุข เป็นสุขเถิด
อัพพะยาปัชฌา โหนตุ
จงอย่าพยาบาทเบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย
อะนีฆา โหนตุ
จงอย่ามีความลำบาก จงอย่ามีความเดือดร้อน จงอย่ามีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย
บทสวดมนต์แผ่เมตตาให้ตนเอง
อะหัง สุขิโต โหมิ
ขอให้ข้าพเจ้ามีความสุข
อะหัง นิททุกโข โหมิ
ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากความทุกข์
อะหัง อะเวโร โหมิ
ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากเวร
อะหัง อัพพะยาปัชโฌ โหมิ
ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากอุปสรรคอันตรายทั้งปวง




สุขี อัตตานัง ปริหะรามิ
ขอให้ข้าพเจ้าจงมีสติสัมปชัญญะอยู่ทุกเมื่อ รักษากาย วาจา ใจ ให้พ้นจากความทุกข์ภัยทั้งปวงเถิด

ทั้งนี้ การสวดมนต์ไม่มีถูก ไม่มีผิด ดังนั้นจึงไม่ต้องคำนึงว่า บทสวดมนต์ก่อนนอนที่ถูกต้องจะเป็นอย่างไร ส่วนผู้ที่อยากได้บทสวดมนต์ก่อนนอนสั้น ๆ หรือบทสวดมนต์ก่อนนอนแบบย่อ เนื่องจากมีเวลาจำกัด ก็อาจเลือกสวดเพียงบางบทจากหัวข้อทั้งหมดที่นำเสนอในข้างต้นนี้ได้ทันที

อย่างไรก็ตาม บทสวดมนต์ดังกล่าว ยังสามารถนำมาสวดในช่วงเช้าได้อีกด้วย ดังนั้นใครที่อยากทำจิตใจให้สงบ ผ่องใส เพื่อรับมือกับเช้าวันใหม่ด้วยสิ่งดี ๆ ก่อนออกจากบ้าน ก็ลองนำบทสวดมนต์ดังกล่าวไปใช้กันดูนะ

ที่มา : FB นพดล อุ่นตา 

กดถูกใจ (Like) ​ติดตามข่าวสารจาก มงคล

 

   โรคงูสวัด เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่บริเวณผิวหนังชนิดหนึ่ง ทำให้มีผื่นตุ่มขึ้นเป็นแนวยาวๆ บริเวณที่ขึ้นกันบ่อย ก็คือ แนวบั้นเอวหรือแนวชายโครง (จากสะดือถึงกลางหลัง) บางคนอาจขึ้นที่ใบหน้า แขนหรือขาก็ได้ แต่จะมีลักษณะการขึ้นคล้ายกันคือจะขึ้นเพียงซีกหนึ่งซีกใดของร่างกายเท่านั้น เช่น ซีกขวาหรือไม่ก็ซีกซ้าย โรคนี้มักไม่มีอันตรายร้ายแรง และหายได้เองเป็นส่วนใหญ่




   แต่บางรายหลังแผลหายแล้วอาจมีอาการปวดประสาทนานเป็นแรมปี หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงตามมาได้ และจากความเชื่อที่ว่า เป็นรอบเอวแล้วตาย นั้นจริงๆ แล้วไม่ใช่ เพราะที่เสียชีวิตอาจเป็นเพราะร่างกายอ่อนแอ ขาดภูมิต้านทานโรค การรู้จักรักษาร่างกายให้แข็งแรง เสริมภูมิต้านทานโรคให้สมบูรณ์อยู่เสมอ จึงมีความสำคัญในการป้องกันโรคและระงับความรุนแรงของโรค

สาเหตุของโรคงูสวัด


   เกิดจากเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า “เชื้อวีแซดวี (varicella-zoster virus)” ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ครั้งแรก (ซึ่งมักเกิดขึ้นในวัยเด็ก) ส่วนใหญ่จะแสดงอาการของโรคอีสุกอีใส ส่วนน้อยจะไม่มีอาการแสดงให้ปรากฏหลังจากหายจากโรคอีสุกอีใสไปแล้ว เชื้อจะหลบซ่อนอยู่บริเวณปมประสาทใต้ผิวหนัง และแฝงตัวอย่างสงบเป็นเวลานานหลายปีถึงสิบๆ ปี โดยไม่มีอาการผิดปกติใดๆ

   เมื่อร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น อายุมาก ถูกกระทบกระเทือน มีความเครียด ทำงานหนัก พักผ่อนไม่พอ ติดเชื้อเอชไอวี เป็นมะเร็ง ใช้ยาต้านมะเร็งหรือยา กดภูมิคุ้มกัน เชื้อที่แฝงตัวอยู่นั้นก็จะแบ่งตัวเพิ่มจำนวน และกระจายในปมประสาท ทำให้เส้นประสาทอักเสบ (เกิดอาการปวดตามแนวเส้นประสาท) เชื้อจะกระจายไปตามเส้นประสาทที่อักเสบ และปล่อยเชื้อไวรัสออกมาที่ผิวหนัง เกิดเป็นตุ่มใสเรียงเป็นแนวยาวตามแนวเส้นประสาท ที่เป็นโรคงูสวัดจึงมักมีประวัติเคยเป็นอีสุกอีใสในวัยเด็ก หรือเคยมีการติดเชื้อไวรัสชนิดนี้มาก่อน โดยไม่มีอาการแสดง ซึ่งสามารถตรวจพบสารภูมิต้านทานต่อเชื้อไวรัสชนิดนี้ในเลือด




วิธีการรักษาทางการแพทย์แผนไทย


• นำเปลือกไข่ไก่ประมาณ 10 ฟอง มาล้างให้สะอาด นำมาต้มในน้ำเดือด ( เพื่อเป็นการฆ่าเชื้อ )

• บดให้ละเอียด ละลายกับน้ำ ประมาณ 250 ml. ( 1 แก้ว ) รอให้ตกตะกอน ดื่มน้ำใสๆ ให้หมด ( กากทิ้ง )

• ดื่มวันละ 1 แก้ว ทำเช่นนี้ประมาณ 3 วัน อาการงูสวัดจะค่อยๆดีขึ้น จนหายเป็นปกติ และจะไม่กลับมาเป็นซ้ำอีก


ข้อมูลจาก kaijeaw

กดถูกใจ (Like) ​ติดตามข่าวสารจาก มงคล


   เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงจะชอบทานรสเปรี้ยวอย่างแน่นอน ซึ่งรสชาติเปรี้ยวเหล่านั้นก็มาจาก หลาย ๆ ที่มา เช่น มะขามเปียก มะกรูด กรดมะนาว น้ำส้มสายชู เป็นต้น แต่คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่ารสชาติเปรี้ยวที่โดนใจคนไทยมากที่สุดนั้นก็คือรสชาติเปรี้ยวจากมะนาว ซึ่งนอกจากมะนาวจะให้รสชาติที่โดนใจคนมากมายแล้ว เจ้ามะนาวลูกกลม ๆ นี้ยังมีสรรพคุณทางยาและมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย วันนี้กระปุกดอทคอมจะขอพาทุกคนไปรู้จักกับมะนาวให้มากขึ้นกันนะคะ




   มะนาวเป็นผลไม้พื้นๆที่ใช้บริโภคกันในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว แต่มีน้อยคนนักที่จะรู้ว่ามะนาวลูกเล็กๆนั้น มีประโยชน์ในการรักษาโรคต่างๆได้มากมายหลายโรคด้วยกัน ไม่เพียงแต่คนไทยเท่านั้นที่ใช้มะนาวรักษาโรค ประเทศเพื่อนบ้า นของเรา เช่น มาเลเซีย จีน และอินเดีย เขาก็ใช้มะนาวกัน ประเทศเพื่อนบ้านที่ไกลออกไป เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส และประเทศแถบอเมริกาตะวันตกก็ใช้มะนาวแก้ไอและรักษาโรคอื่นๆเช่นเดียวกัน ประโยชน์ของมะนาวในแง่การนำมาใช้เป็นสมุนไพร มีดังนี้

1. แก้ไอออกเลือด (ไอมีเลือดปน)
- ใช้น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา มะนาว 4 ลูก เกลือ 1 ช้อน หรือประมาณ 3-4 เม็ด ผสมให้เข้ากันดี ให้มีรสเปรี้ยวเค็มหวาน ใช้จิบทุกครั้งที่ไอ

2. ต่อมทอนซิลอักเสบ
- เอาน้ำมะนาว น้ำผึ้งและปูนขาวผสมดื่ม แก้ทอนซิลอักเสบ

3.แก้ซาง,ตุ่มในคอเด็ก,เสมหะ
- เมล็ดมะนาวขับเสมหะแก้โรคซางของเด็ก แก้เม็ดยอดในปากโดยเอาเม็ดมะนาวเผาไฟ บดให้ละเอียด ใช้น้ำมะนาวหรือรากของมะนาวฝนกันน้ำเป็นกระสาย ผสมเข้าด้วยกัน แล้วกวาดซางเด็ก
- ให้เอาน้ำมะนาว 1 ช้อนชา แล้วเอารากมะนาวฝนให้ข้นดี แล้วจึงเอาไปล้วงคอเด็กสัก 2-3 ครั้งก็หาย
- ใช้เม็ดมะนาวเคี้ยวกิน ขับเสมหะ ใช้ติดต่อกัน 7 วัน ได้ผลดี

4. แก้เสียงแหบแห้ง
- มะนาวทำให้เสียงไม่แหบแห้ง ตื่นตอนตอนเช้าทุกครั้งให้ผ่ามะนาวครึ่งหนึ่ง จิ้มเกลือบีบน้ำลงคอกลืนกิน ทำทุกเช้าทุกวัน ทำให้เสียงไม่แหบแห้ง

5. ก้างติดคอ
- เมื่อก้างปลาติดคอ เอามะนาว 1 ลูกคั้น เอาแต่น้ำ เติมเกลือ น้ำตาลนิดหน่อยกรอกลงไปให้ตรงก้างที่ติดคอ อมไว้สักครู่ แล้วจึงค่อยกลืน ก้างจะอ่อนตัวหลุดลงไปในกระเพาะ
- ก้างปลาติดคอซึ่งเป็นชิ้นเล็กๆ เมื่อกลืนน้ำลายจะทำให้รำคาญเท่านั้น ให้ผ่ามะนาวแล้วนำมาอมไว้ในปาก อมจนรู้สึกรสเปรี้ยวของมะนาวเจือจางสัก 2-3 หน จะทำให้ก้างหลุดออกไปได้

6. แก้ไข้
- นำใบมะนาวมาหั่นฝอยๆ ชงด้วยน้ำเดือด ดื่มแบบน้ำชาจะช่วยลดไข้และใช้อมกลั้วคอฆ่าเชื้อโรคได้อีกด้วย
- ประเทศในทวีปอาฟริกาตะวันตกนิยมใช้เปลือกรากมะนาวต้มเป็นยาแก้ไข้อย่างดี และใช้ใบทำเป็นยาชงกินแก้ไข้ที่มีอาการตัวเหลืองเล็กน้อย นอกจากนี้ยังใช้น้ำมะนาวดื่มแก้กระหายน้ำ แก้ไข้อีกด้วย
- ที่ประเทศอินเดีย ถ้าเป็นไข้หวัดใหญ่ นิยมรักษาโดยดื่มน้ำมะนาวแล้วพักผ่อน ถ้าเป็นไข้หวัดธรรมดา จะรับประทานผลอินทผลัมและดื่มน้ำมะนาวรักษา

7. แก้ไข้ทับระดู
- เอาใบมะนาว 100 ใบ มาต้มกินแล้วหาย

8. แก้ปวดศีรษะ
- เอามะนาวมาฝานเป็นซีกบางๆ แล้วเอาปูนที่กินกับหมาก ละเลงด้านหน้าของซีกมะนาวนั้นบางๆ แล้วปิดตรงขมับ ทำอยู่ประมาณ 2 อาทิตย์ อาการปวดก็ค่อยหายดีขึ้นทุกวัน
- ใช้น้ำมะนาวผสมกับน้ำตาลสัก 1 แก้ว ดื่มตอนเช้า ช่วยให้หายจากโรควิงเวียนและปวดหัว
- ชาวมาเลเซีย ใช้ใบมะนาวผสมกับน้ำมะนาว บดทำเป็นยาใส่ผมแก้ปวดศีรษะ
- ประเทศในทวีปอาฟริกาตะวันตก ใช้ใบมะนาวตำให้ละเอียดถูศีรษะหรือเคี้ยวรากมะนาวแก้ปวดศีรษะ

9. แก้เลือดออกตามไรฟัน
- เกิดจากการขาดวิตามินซี ทำให้เหงือกบวมและมีเลือดออกตามไรฟันเป็นประจำ หรือมีเลือดออกได้ง่าย เช่น มีเลือดกำเดาไหล มีจุดพรายย้ำขึ้นตามผิวหนัง อาจมีเลือดออกจนซีดได้ ถ้าอาการรุนแรง จะมีอาการปวดน่อง ข้อเท้าบวม การรักษาให้กินมะนาวหรือผลไม้เปรี้ยวๆ เช่น ส้ม จะแก้ได้
- แก้โรคลักปิดลักเปิดหรือเลือดออกตามไรฟัน ใช้มะนาวถูฟันสักพักเลือดก็จะหยุด

10. แก้เหงือกบวม
- ใช้ลำสีชุบมะนาวเช็ดที่เหงือกวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น

11. แก้ลิ้นเป็นฝ้า
- ใช้ลำสีชุบมะนาวเช็ดที่ลิ้นวันละ 3ครั้ง

12. ขจัดคราบบุหรี่
- ใช้มะนาวถูฟันที่มีคราบบุหรี่จับ เมื่อใช้มะนาวถู คราบนั้นจะหาย ถ้าฟันผู้ที่รับประทานหมากต้องถูกบ่อยๆ ถ้าจับมากหลายวันแล้วต้องถอดฟันแช่น้ำมะนาวไว้ค้างคืน ( หมายถึงผู้ใส่ฟันปลอมนะ) ฟันจะขาวสะอาดเงางาม

13. ยาบ้วนปาก
- บีบน้ำมะนาวลงในแก้วสัก 2-3 หยดเท่านั้น บ้วนปากได้สะอาดยอดเยี่ยม

14. แก้เป็นลมวิงเวียน อยากอาเจียน
- ใช้มะนาวผ่าซีก โรยเกลือป่น เหยาะน้ำตาลทรายขาวสักนิดบีบกินลงไปพักเดียวหายเป็นปลิดทิ้ง ไม่ว่าจะเป็นอาการคลื่นไส้จากการตั้งครรภ์ เมารถ แพ้อากาศ มะนาวช่วยคุณได้
- ใช้มะนาวจิ้มเกลืออมไว้ในปากสักครูจะรู้สึกสดชื่นจากการเป็นลมวิงเวียน หน้ามืดได้
- ใช้เปลือกมะนาวแกะออกแล้วบีบหรือดมใกล้จมูก แก้เป็นลม วิงเวียน หน้ามืดตาลาย
- ด้านประเทศฟิลิปปินส์และประเทศจีน ใช้เปลือกลูกมะนาวขยี้ใก้ดมแก้คลื่นไส้หรือเป็นลม หมอพื้นเมืองชาวอินเดีย นิยมใช้น้ำมะนาวแก้อาเจียน

15. แก้วิงเวียนเมื่อคลอดบุตร
- เอามะนาวปอกใส่ภาชนะ 2-3 ลูก เพื่อให้คนที่คลอดบุตรนั้นกินแก้วิงเวียน หน้ามืด ตาลาย
- เอามะนาว 3 ผล เกลือป่นและพริกไทยป่นพอควร ละลายด้วยน้ำร้อน แทรกเหล้าโรงประทาณให้ได้สักครึ่งถ้วยชา เวลาตกฟากรับประทาน 1 ครั้ง หรือรับประทาณต่อไปอีกก็ได้

16. แก้เมาเหล้า เมายา
- ดื่มน้ำมะนาวหรืออมกับเกลือ สำหรับคนเมาเหล้าหรือวิงเวียนจะเป็นลม

17. แก้ลมเงียบ
- เอาใบมะนาวมาต้มกินกับยาหอมประมาณ 1 อาทิตย์

18. แก้ตาแดง
- เอามะนาวผ่า แล้วเอาเมล็ดในออกให้หมด แล้วก็บีบเอาน้ำมะนาวหยอดลงในตกทั้ง 2 ข้างหลายๆหยด สัก 1-2 นาที พอหายแสบแล้วล้างหน้าด้วยน้ำสะอาด เช็ดหน้าเรียบร้อยแล้วก็สบาย และใช้มะนาวต่อไปเรื่อยๆจนกว่าจะหายตาแดง

19. บำรุงตา
- ใช้มะนาวสดทั้งลูกฝานตามที่เห็นสมควร แล้วบีบใส่ตาประจำ ประมาณเดือนหรือสองเดือนครั้งก็ใช้ได้ ( เนื่องจากตาเป็นอวันวะที่บอบบางมาก และน้ำมะนาวนั้นหยอดลงไปแล้วจะรู้สึกแสบตา ดังนั้น เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นจึงไม่ควรใช้น้ำมะนาวนี้หยอดตา)

20. บำรุงผิว
- เอาเปลือกที่บีบเอาน้ำออกแล้ว นำมาทาบริเวณข้อศอก คาง เข่า ฝ่าเท้า ส้นเท้า ช่วยให้ส่วนเหล่านั้นนุ่มนวลได้อย่างดี

21. แก้ผิวแตก
- ใช้มะนาวทาผิวหนังทำให้ชุ่มชื้น ไม่แตกกร้านในช่วงอากาศแห้ง

22. แก้สิวฝ้า
- ในกรณีที่สิวไม่มีการอักเสบติดเชื้อเป็นหนอง การรักษาอย่างง่ายที่ถูกวิธี คือ การทำความสะอาดใบหน้า เพื่อลดไขมันและกำจัดสิ่งอุดตันตามรูขุมขนบนใบหน้า หรือบริเวณอก คอ ที่มีสิวขึ้น ฉะนั้นมะนาวจะช่วยรักษาสิงให้ลดน้อยลงได้ เพราะน้ำมะนาวมีสภาวะเป็นกรดอ่อนๆจะทำให้เนื้อเยื่อที่ตามแล้วหลุกออกไป ทำให้ลดการอุดตันของรูขุมขน กรดอ่อนๆจะช่วยกำจัดเชื้อโรคและช่วยกำจัดไขมันได้บ้าง
วิธีใช้ คือ ล้างหน้าด้วยสบู่ธรรมดาให้สะอาดแล้วผ่ามะนาวทาบริเวณที่มีสิวขึ้นให้เปียกชุ่มจนทั่ว
ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที จึงล้างออกด้วยสบู่อีกครั้ง ทำเช่นนี้วันละ 1-2 ครั้ง เช้าและเย็น
- ใช้แป้งดินสอพองกับน้ำมะนาวทาบริเวณที่เป็นสิวก่อนนอนทุกวัน สิวจะค่อยๆยุบหายไปในที่สุด
- ใช้น้ำมะนาว 1 ช้อนชา ไข่ขาว 1 ช้อนชา ผสมกันให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วเอาไปแต้มที่ตุ่มสิว หรือผู้ที่ไม่มีสิว ใช้ทาบางๆทั่วไปประมาณ 30 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสบู่ หน้าจะนิ่มนวลอยู่เสมอ




23. ลบรอยแผลเป็น
- รอยแผลเป็นจากอุบัติเหตุ ใช้น้ำมะนาวผสมดินสอพองทาบริเวณที่เป็น ทำให้หน้าไม่ดำ หรืออาจใช้ใบมะลิสดตำผสมเพิ่มเข้าไปอีกก็ได้

24. แก้ขาลาย
- คนที่มีขาลายเป็นจุดด่างดำเม็ดเล็กๆนั้น แก้ได้โดยเอาน้ำมะนาวบีบใส่ดินสิพองหมาดๆ แล้วทาทุกๆคืนก่อนนอน พอรุ่งเช้าก็ล้างออก ทำอย่างนี้ทุกวัน ไม่นานวันรอยด่างดำก็ลบหายไปเอง

25. แก้น้ำเหลืองเสีย
- ใช้ใบมะนาว 108 ใบกับเกลือหรือดีเกลือ 2 บาท หรือประมาณ 3 ช้อนคาวรวมกัน ต้มรับประทานเป็นยาระบายถ่ายน้ำเหลืองเสีย รับประทานครั้งละครึ่งถ้วยแก้วกลาง วันละ 1 ครั้งก่อนเข้านอน

26. แก้ส้นเท้าแตก
- เอามะนาวสดผ่าซีกแล้วบีบมะนาวให้หยดลงบนบริเวณที่เป็นแผลนั้น เพียงวันละ 2-3 ครั้ ภายใน 7 วัน โรคส้นเท้าแตกจะหายไปเอง

27. ดับกลิ่นเต่า
- ใช้น้ำมะนาวทารักแร้ป้องกันกลิ่นเต่า

28. แก้โรคผิวหนัง
- ประเทศแถบทวีปอาฟริกาตะวันตกและประเทศอินเดีย ใช้น้ำมะนาวทาแก้โรคผิวหนัง แต่ของอินเดีย เวลาอาบน้ำ ห้ามฟอกสบู่บริเวณที่เป็น

29. แก้กลาก เกลื้อน หิด
- นำกำมะถันตำให้ละเอียดบีบมะนาวใส่พอสมควร ทาบริเวณที่เป็นเกลื้อนหลังอาบน้ำและก่อนนอน เคยใช้กับญาติโยมหลายราย ผลออกมาแล้วหายเกือบ 90 เปอร์เซ็นต์
- ใช้มะนาวผ่าซีกแตะผงกำมะถันแล้วมาถูบริเวณที่เป็นหิด กลากเกลื้อนจะกายในเร็ววัน

30. แก้หูด
- เอาเปลือกมะนาวหมักกับน้ำส้มสายชู 2 วัน ตัดเปลือมะนาวมาปิดที่หูด ปิดทับด้วยพลาสเตอร์ค้างคืนไว้ รุ่งเช้าจึงเอาออก ให้ทำเช่นนี้นาน 2 อาทิตย์

31. แก้พุพอง
- ใช้รากมะนาวฝนกับน้ำซาวข้าว ทาแก้พุพอง แสบร้อน

32. แก้น้ำกัดเท้า
- ใช้มะนาวทาที่เป็นตุ่มคัน น้ำกัดเท้า ทาแล้วทิ้งให้แห้ง ล้างออกด้วยน้ำสบู่ ให้ผ้าเช็ดให้แห้ง แล้วเอาแป้งทา ตุ่มคันก็จะหาย

33. แก้ปูนซีเมนต์กัด
- เวลาถูกปูนซีเมนต์กัดตามมือ เท้า เอามะนาวมาตัดกลางลูก แล้วบีบน้ำมะนาวตรงที่ปูนกัดก็จะหาย

34. แก้คัน
- ใช้มะนาวตัดกลางลูกรมไฟพออุ่น ถูทาตามที่คันภายใน 2-3 วัน จะหาย
- เรื่องแก้คันนี้ในประเทศอินเดีย ใช้มะนาวผสมน้ำผึ้ง ทาบริเวณที่คันและเวลาอาบน้ำ อย่าฟอกสบู่บริเวณที่คัน ใช้ทาทุกครั้งเมื่อรู้สึกคัน

35. แก้หนอนคัน
- แถวชนบทมีตัวหนอนหลายชนิด เมื่อเราไปถูกมันเข้าจะทำให้เนื้อตรงบริเวณนั้นคันมาถึงกับเน่าเปื่อยก็มี ถ้าไปถูกตัวหนอนแล้วคันแต่ยังไม่เปื่อยเป็นแผล ให้เอามะนาวผ่าซีกถูตรงที่คันนั้น แต่ถ้าเปื่อยเป็นแผลแล้ว ให้เอาบานไม่รู้โรยมาตำกับปูนที่กินกับหมากผสมน้ำเล็กน้อย ทาตรงแผยเปื่อยรับรองหาย

36. แก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย
- ใช้ระงับความเจ็บปวดจากพิษแมลงได้ โดยใช้มะนาวพอกบริเวณปากแผลทิ้งไว้ 2-3 นาทีแล้วเปลี่ยนใหม่ทำดูจะหายปวด
- ในประเทศจีน ใช้ผลสดคั้นเอาน้ำ ทาบริเวณที่ถูกตะขาบกัด แมลงป่องต่อยทันทีจะแก้ได้

37. แก้สังคัง
- ใช้มะนาวผ่าซีก ทาก่อนนอนและหลังตื่นนอน เพียงไม่กี่วัน
ก็หาย

38. ใช้สระผม แก้คันศีรษะ
- ใช้น้ำมะนาวสระผมทำให้ผมสะอาด หอม
- ถ้าคันศีรษะบ่อย ใช้น้ำมะนาวนวดศีรษะให้ทั่วสักครู่ก่อนสระผมจะแก้ได้

39. แก้หัวโน
- ใช้แป้งดินสอพองผสมน้ำมะนาว ทาตรงที่ช้ำบวมสักพักใหญ่ๆ อาการปวดบวม ปูด ก็จะยุบ หมั่นทาวันละ 1-2 ครั้ง ภายใน 2 วันก็จะหายไปเอง

40. แก้ผิวหนังฟกช้ำ
- ผสมน้ำมะนาวกับดินสอพองข้นๆ ทาบริเวณที่มีอาการผิวเนื้อถูกกระแทกเขียวฟกช้ำ หรือบวมโน จะหายเป็นปกติ

41.แก้หนามปัก
- แก้หนามปักคา ใช้มะนาวกับน้ำมันตับปลา ใส่ที่แผลจะดูดหนามออกมาได้

42. แก้เล็บขบ
- เอามะนาวมาผ่าตรงส่วนหัวออกขนาดพอสอดนิ้วเข้าไปได้ ใช้มีดคว้านเอาเนื้อข้างในออกเล็กน้อย เสร็จแล้วเอาปูนทาบางๆ แล้วเอานิ้วสอดเข้าไป แล้วทิ้งไว้ ทำดังนี้ 2-3 ครั้ง อาการเล็บขบจะหายไป

43. แก้ปลาดุกยัก
- ใช้มะนาวผ่าซีกแล้วกดหรือถูครงรอยปลาดุกยักสักพักหนึ่ง จะหายปวดภายใน 4-5นาที

44. แก้งูกัด
- แก้งูกัดให้ปฏิบัติดังนี้
1. ให้คนเจ็บนอนราบๆ เพื่อช่วยให้เลือดไหลเวียนทั่วร่างกายช้าลง และพิษงูจะได้แผ่ซ่านช้าลงด้วย
2. ถ้าถูกงูพิษกัดที่แขนและขา ให้เอาเชือกรัดเหนือแผลหน่อย กะให้รัดอยู่ในระหว่างแผลกับหัวใจของคนเจ็บ การรัดให้รัดพอให้เลือดตรงผิวหนังนั้นหยุดไหลเพื่อกันไม่ให้พิษผ่านเข้าเส้น โลหิตดำเ
ท่านั้น ไม่ต้องรัดแน่นมากจนหลอกเลือดที่อยู่ลึกลงไปพลอยหยุดไหลไปด้วย ถ้ารัดพอดีๆจะสังเกตเห็นน้ำเหลืองไหลซึมออกจากแผลอยู่เรื่อยๆ
3. ใช้ใบมีดโกนที่สะอาดและฆ่าเชื้อแล้ว กรีดลงบนแผลเป็นรูปกากบาท ลึกสัก 1 ใน 8 นิ้ว ยาว สัก 1 ใน 4 นิ้ว ทั้ง 2 เขี้ยว อย่าตกใจว่าจะเสียเลือด เพราะมันจะช่วยล้างพิษออกด้วย ให้ใช้ปากดูดพิษออกมาจากแผลที่กรีด พิษงูจะไม่เป็นอันตรายเมื่อเข้าไปอยุ่ในปาก นอกจากจะมีแผลในปากหรือฟันผุเท่านั้น เมื่อดูดพิษออกมาให้รีบบ้วนทิ้ง แล้ววางน้ำแข็งที่แผลสลับกับการดูดช่วยด้วย และระวังให้แขน ขาที่ถูกงูกัดให้อยู่ต่ำๆไว้
หมายเหตุ ถ้าฟันผุหรือมีแผลในปาก ใช้ขวดอุ่นให้ร้อน (ระวังแตก) เอาปากขวดทาบกับแผล เพื่อช่วยดูดเลือดออกจากแผลแทน
4. ให้กินน้ำมะนาว ขนาดผลโตๆสัก 1 ผล น้ำมะนาวจะไปทำปฏิกิริยากับพิษงูที่แล่นเข้าสู่กระเพาะอาหาร สักครูก็จะอาเจียนออกมา มีเลือดปนเล้กน้อย ซึ่งแสดงว่าพิษงูได้หมดฤทธิ์แล้ว
5.คนเจ็บจะเกิดความมั่นใจและค่อยหายกลัว ให้เขาดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มร้อนๆได้ แต่อย่าให้กินเหล้า
พิษงูมันเดินเข้าหัวใจอย่างช้าๆ แต่หลังจากที่ถูกงูกัด อาจปวดมากจนถึงกับช็อค ให้คนเจ็บอยู่เงียบๆ เพราะถ้าไปทำอะไรเข้า จะเป็นการเร่งพิษเดินทางเข้าสู่หัวใจเร็วเข้าอีก ให้ใช้น้ำแข็งหรือผ้าชุบน้ำแข็งวางที่แผล จะช่วยบรรเทาอาการปวดลงได้ และรีบนำส่งรักษาที่โรงพยาบาล

45. ป้องกันงู
- เมื่อใช้มะนาวคั้นเอาน้ำหมดแล้ว เอาเปลือกวางท้องเอาไว้ใกล้ๆที่นอน จะทำให้งูไม่มารบกวน เพราะได้กลิ่นมะนาว

46. แก้แมงคาเรืองเข้าหู
- นำน้ำมะนาวอย่างเดียว กรองด้วยผ้า ใช้หยอดหู แก้แมงคาเรืองเข้าหู ถ้าตัวยังไม่ตายจะหนีออกมา ถ้าไม่หนีออกมาตัวจะตาย
ในหู

47. แก้ฝี
- แก้ปวดฝีใช้รากสดฝนกับเหล้าทา
- ขูดเอาผิวมะนาว ผสมกับปูนแดงปิด ฝีจะหาย

48. แก้ฝีมะตอย
- เอามะนาวทั้งลูก มาคว้านไส้ในออกให้เอานิ้วเข้าไปได้ แล้วเอาปูน(กินหมาก)ทาเข้าไปในลูกมะนาวเล็กน้อย แล้วสวมเข้านิ้วที่มีฝีขึ้น

49. แก้แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก
- ให้เอาน้ำมะนาวมาชะโลมบริเวณที่ถูกไฟไหม้หรือถูกน้ำร้อนลวก มีสรรพคุณดับพิษปวดแสบแวดร้อนได้ผล

50. แก้บาดทะยัก
- เมื่อดถูตะปูตำ หนามเกี่ยว หรือถูกของที่มีคม เอาน้ำมะนาวบีบใส่แผลที่เป็น จะป้องกันบาดทะยักได้

ขอบคุณข้อมูล : นานาสาระเพื่อสุขภาพที่ดี
ภาพ : www.flickr.com

กดถูกใจ (Like) ​ติดตามข่าวสารจาก มงคล


   ความเชื่อแต่โบราณ กับผลไม้ที่นำมาไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์จะต้องเลือกและคัดสรรผลไม้ในการไหว้เป็นอย่างดีส่วนผลไม้ที่ควรและไม่ควรมีอะไรมาดูกันเลยคะ




ผลไม้ที่ไม่ควรนำมาไหว้

ละมุด เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้ว มักไม่โดดเด่น ปิดๆ ซ่อนๆ

มังคุด เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้วไม่ได้ดีเท่าที่ควร ไปไม่ถึงที่สุด มันกุด ๆ ด้วน ๆ ไม่โดดเด่น

พุทรา เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้วดีในช่วงแรกๆ ช่วงหลังๆ ซาซา

มะเฟือง เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้ว มักฝืดเคือง ไม่อะไรก็อะไร สักอย่าง

มะไฟ เชื่อกันว่าทำอะไรแล้วมักต้อง เร่งๆ รีบๆ เหมือนไฟลน ไม่ได้คุณภาพ

น้อยหน่า เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้ว มักมีปัญหา อุปสรรค เล็กน้อย จุกๆจิกๆ อยู่เสมอๆ ทำแล้วได้ผลเพียงน้อยนิด

น้อยโหน่ง เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้ว ได้ผลสมบรูณ์เพียงน้อยนิด มีอุปสรรคปัญหา ไม่สมบรูณ์แบบ

มะตูม เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้วไม่เจริญก้าวหน้า เช่นเดียวกับชื่อที่ตูมอยู่ตลอด ไม่ก้าวหน้า ไปไม่ได้ไกล

มะขวิด เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้วมักจะประสบปัญหา วัสดุอุปกรณ์ หรือสิ่งหนึ่งสิ่งใดไม่ครบ ขาดโน่น ขาดนี่เสมอ

ลูกจาก เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้ว มักจะไม่ยั่งยืน




ลูกพลับ เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้ว ผลงานต้องโดนเก็บใส่ลิ้นชัก ไม่ได้แสดงผลงาน ไม่ก้าวหน้า

ลูกท้อ เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้ว ท้อแท้ เบื่อหน่าย ไม่มีกำลังใจ

ระกำ เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้ว มักจะไม่ประสบความสำเร็จ

กระท้อน เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้ว สิ่งที่ดีๆ ที่ต้องการเผยแพร่ออกไป กลับสะท้อนมายังจุดเดิม

ลางสาด เชื่อกันว่า เป็นผลไม้ที่มียาง ทำอะไรแล้วมักจะมีเรื่อง ยุ่งยากวุ่นวาย

ผลไม้ที่ควรนำมาไหว้

ลำไย      หมายถึง   ความรัก  ความหวานฉ่ำความสุข

ลิ้นจี่       หมายถึง   ความเป็นศิริมงคล

สับปะรด  หมายถึง   การมีสายตาก้าวไกล  มีความรอบรู้

กล้วย     หมายถึง   การให้มีลูกหลานมากๆ

ทุเรียน    หมายถึง   ความฉลาดหลักแหลม  การรู้เท่าทันผู้อื่น

สาลี่      หมายถึง   การรักษาคุณงามความดี  เหมือนเกลือรักษาความเค็ม

องุ่น       หมายถึง   ความเจริญรุ่งเรือง  ทั้งการงานและชีวิตครอบครัว

แอปเปิ้ล  หมายถึง    การมีสุขภาพสมบูรณ์  แข็งแรงอายุยืนยาว

ส้ม        หมายถึง    การมีโชคลาภ  ประสพแต่สิ่งดีๆในชีวิต

ทับทิม     หมายถึง    การให้มีลูกชายมาก ๆ

ขนุน       หมายถึง   ไม่ว่าจะทำอะไร  จะมีคนคอยเกื้อหนุนอยู่ตลอดเวลา

แก้วมังกร  หมายถึง   ความรุ่งเรื่องมีอำนาจ  มีวาสนา

เกาลัด     หมายถึง   การมีมารยาทงาม

มะม่วง     หมายถึง   ความมีสติปัญญาเหนือผู้อื่น

โปรดใช้วิจารณญาณ


ที่มา: khaobox


กดถูกใจ (Like) ​ติดตามข่าวสารจาก มงคล